ผู้เขียน หัวข้อ: หนังสือวรรณกรรมไทย ความงามในการใช้ภาษา  (อ่าน 9 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 11, 2018, 11:15:31 AM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


 
วรรณกรรม หมายถึง วรรณคดีหรือศิลปะ ที่เป็นผลงานอันเป็นผลมาจากการคิด และก็จินตนาการ แล้วเรียบเรียง เอามาบอก บันทึก ขับขาน หรือสื่อออกมาด้วยกลวิธีต่างๆโดยปกติ จะแบ่งวรรณกรรมเป็น 2 ประเภท คือ วรรณกรรมลายลักษณ์ เป็นวรรณกรรมที่บันทึกเป็นตัวหนังสือ แล้วก็วรรณกรรมมุขปาฐะ อย่างเช่นวรรณกรรมที่เล่าด้วยปาก มิได้เขียนบันทึก
 
ด้วยเหตุฉะนี้ วรรณกรรมก็เลยสื่อความหมายครอบคลุมกว้าง ถึงประวัติ นิทาน ตำนาน เรื่องเล่า ขำขัน เรื่องสั้น นิยาย เพลง คำคม อื่นๆอีกมากมาย วรรณกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารเรื่องราวให้รู้เรื่องระหว่างมนุษย์ ภาษาเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างสรรค์ รวมทั้งสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อใช้สื่อความหมาย เรื่องราวต่างๆภาษาที่มนุษย์ใช้ในการสื่อสารตัวอย่างเช่น
 
1. ภาษาพูด โดยการใช้เสียง
2. ภาษาเขียน โดยการใช้ตัวหนังสือ ตัวเลข เครื่องหมาย รวมทั้งภาพ
3. ภาษาท่าทาง โดยการใช้กิริยาอาการ หรือประกอบเครื่องไม้เครื่องมืออย่างอื่น
 
ความงามหรือศิลปะสำหรับในการใช้ภาษาขึ้นกับ การใช้ภาษาให้ถูก ชัดเจนและก็ เหมาะสมกับเวลา โอกาส แล้วก็บุคคล นอกจากนั้น ภาษาแต่ละภาษายังสามารถปรุงแต่ง ให้เกิดความเหมาะสม เพราะ หรืองดงามได้ นอกเหนือจากนี้ ยังมีข้อบังคับ คำราชาศัพท์ คำสุภาพ ขึ้นมาใช้ได้อย่างเหมาะควร บ่งบอกถึงวัฒนธรรมที่ยอดเยี่ยมทางการใช้ภาษาที่ควรดำรงและก็ถือมั่นต่อไป ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรม เรียกว่า นักเขียน หรือ กวี (Writer or Poet)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบัน (Contemporary literature)
 
วรรณกรรมไทยปัจจุบันนั้นแปลว่า วรรณกรรม ในแบบใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นร้อยแก้ว หรือร้อยกรอง ซึ่งขอบเขตของวรรณกรรมตอนนี้นั้นเริ่มตั้งแต่สมัยเริ่มแรกของวรรณกรรมร้อยแก้ว คือ ตั้งแต่ยุค รัชกาล ที่ 5 พุทธศักราช 2442 จนกระทั่งปัจจุบันนี้ (พุทธศักราช 2553)
 
วรรณกรรมพวกร้อยแก้วในขณะนี้จะอยู่ในรูปของ บันเทิงคดี ตัวอย่างเช่น เรื่องสั้น นวนิยาย นิทาน บทละคร สารคดีตัวอย่างเช่น บทความ หนังสือวิชาการ งานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัย ฯลฯ
 
วรรณกรรมจำพวกร้อยกรองในเวลานี้เป็นวรรณกรรมที่ไม่เหมือนกับเดิมคือเป็นวรรณกรรมที่ไม่เน้นวรรณศิลป์ทางภาษามากสักเท่าไรนัก ไม่เน้นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาแต่เน้นเรื่องเกี่ยวกับการสื่อแนวความคิด สื่อข้อคิดแก่ผู้อ่านมากยิ่งกว่า อาทิเช่น ใบไม้ที่หายไป ของ จิรนันท์ พิตรปรีชา อื่นๆอีกมากมาย
 
วรรณกรรมไทย แบ่งออกได้ 2 จำพวก คือ
 
1. ร้อยแก้ว เป็นเนื้อความเรียงที่แสดงเนื้อหา เรื่องราวต่างๆ
2. ร้อยกรอง เป็นเนื้อความที่มีการใช้คำที่สัมผัส สอดคล้อง ทำให้สัมผัสได้ถึงความงามของภาษาไทย ร้อยกรองมีหลายแบบ คือ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน รวมทั้ง ร่าย
 
วรรณกรรมปรากฏขึ้นหนแรกในพระราชบัญญัติคุ้มครองวรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ. 2475 คำว่า วรรณกรรม อาจเปรียบเทียบได้กับคำภาษาอังกฤษว่า Literary work หรือ general literature ความหมายแปลตามรูปคำศัพท์ว่า ทำให้เป็นหนังสือ ซึ่งมองตามความหมายนี้แล้วจะเห็นว่ากว้างขวางมาก ซึ่งก็คือการเขียนหนังสือจะเป็นข้อความสั้นๆ หรือเรื่องราวสมบูรณ์ก็ได้ เช่น ใจความที่เขียนตามใบปลิว ป้ายโฆษณาต่างๆ ตลอดไปจนกระทั่งบทความ หรือ หนังสือที่พิมพ์เป็นเล่มทุกชนิด ได้แก่ หนังสือตำราต่างๆ นิยาย กาพย์ กลอนต่างๆ ก็นับว่าเป็นวรรณกรรมทั้งสิ้น จากลักษณะกว้างๆ ของวรรณกรรม สามารถบ่งบอกถึงคุณค่ามากน้อยของวรรณกรรมได้โดยขึ้นอยู่กับ วรรณศิลป์ คือ ศิลป์สำหรับเพื่อการแต่งหนังสือนั้นเป็นหลัก ถ้าวรรณกรรมเรื่องใดมีคุณค่าทางวรรณศิลป์สูง เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นหนังสือดี วรรณกรรมก็บางทีอาจได้รับชื่นชมว่าเป็น วรรณคดี อย่างไรก็ดีการที่จะกำหนดว่า วรรณกรรมเรื่องใดควรเป็นวรรณคดีหรือเปล่านั้น จำเป็นต้องพิจารณาถึงตอนที่แต่งหนังสือนั้นยาวนานพอเหมาะด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าค่าของวรรณกรรมนั้นเป็นอมตะ เป็นที่ยอมรับกันทุกยุคทุกสมัยหรือเปล่า เพราะอาจมีวรรณกรรมบางเรื่องที่ดีเหมาะสมกับช่วงเวลาเพียงบางช่วงแค่นั้น ดังนั้นบางทีอาจสรุปได้ว่า วรรณคดีซึ่งก็คือวรรณกรรมนั่นเอง กล่าวอีกนัยหนึ่ง เป็นวรรณกรรมที่ไตร่ตรองแล้วก็ตกแต่งให้ประณีตบรรจงและละเอียดลออ มีความเหมาะสมในด้านต่างๆ อันเป็นค่าของการประพันธ์ หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่ง วรรณคดีนั้นเป็นวรรณกรรมไม่จำเป็นที่ต้องเป็นวรรณคดีเสมอ
 
ประเภทของวรรณกรรม วรรณกรรมนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
 
- สารคดี หมายถึง หนังสือที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความรู้ความเข้าใจ ความนึกคิด ประสบการณ์แก่นักอ่าน ซึ่งอาจใช้ต้นแบบร้อยแก้วหรือร้อยกรองก็ได้
- บันเทิงคดีเป็นวรรณกรรมที่แต่งขึ้นเพื่อมุ่งให้ความสนุกสนาน เบิกบาน ร่าเริงแก่คนอ่าน จึงมักเป็นเรื่องที่มีเรื่องราวและตัวละคร
 
 
 

 
10 หนังสือขายดีวรรณกรรมหรือนิยายไทยที่ดีที่สุด ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
ซึ่งนิยาย 10 เรื่องที่ ร้านหนังสือนายอินทร์ จัดตามอันดับความโด่งดังหรือยอดจำหน่าย มีดังนี้
 
1. เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ เล่ม 1-2 - กงจื่ออจ้าน (Gong Zi Zhan)
จากคนธรรมดาๆ ที่จำเป็นต้องจากโลกนี้เมื่ออายุยังไม่ทันถึงวัยยี่สิบสี่ กลับมาเกิดใหม่ย้อนเวลาทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเยียนจี้ หวงตี้แห่งต้าฉี่ที่พึ่งจะขึ้นครองราชย์ในวัยสิบหก แต่ที่น่าปวดหัวกว่านั้นคือ เขากลับต้องตายก่อนอายุครบยี่สิบสี่แล้วก็ย้อนกลับมาเกิดใหม่ในร่างเยี่ยนจี้ตอนพึ่งครองราชย์ครั้งแล้วครั้งเล่าอีกถึงสามชาติ.. ไม่ต้องบอกน่าจะทราบว่ามันช่างน่าเบื่อหน่าย ขนาดไหนกับการจำเป็นต้องย้อนมาพบพานสิ่งที่ซ้ำๆซากๆเช่นนี้ แม้กระนั้นในชาติที่ห้า ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป หลายๆ ตัวละครจะเข้ามามีหน้าที่ที่สำคัญกับชีวิตของเขาเพิ่มมากขึ้น ทุกๆ เรื่องราว ทุกๆความสัมพันธ์ในเรื่องนี้จะทำให้คุณรัก ขำขัน และประทับใจน้ำตาซึม สถานะการณ์อะไรบางอย่างที่หล่นหายไป ความเข้าใจของตัวเอก การจัดการแล้วก็การมองโลกที่เปลี่ยนไปตลอดจนความรักที่ถักทอขึ้นใหม่ บางทีทั้งหมดเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เยี่ยนจี้หยุดวงจรการกลับมากำเนิดใหม่นี้ได้ เขาจะมีชีวิตผ่านอายุยี่สิบสี่หรือไม่ มาร่วมลุ้นในนิยาย "เจิ้นก็ยังคงสง่าผ่าเผยอย่างนี้แหละ" แล้วก็ประทับใจกับความน่ารักน่าเอ็นดูน่าชังของตัวละครกันเลย
 
2. ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม - โม่เป่าเฟยเป่า
ชั่วชีวิตนี้ "สืออี๋" เคยทำเรื่องแปลกที่สุดเรื่องหนึ่งคือ วิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่มากมายเพื่อเข้าไปทักทายชายไม่รู้จักคนหนึ่งที่สนามบิน ครั้งแรกที่เธอพบเขาคือที่ฉางอานเมื่อหลายร้อยปีก่อน เขา.. คือ ท่านอ๋องน้อยหนานเฉินผู้ห้าวหาญเทียมฟ้า เธอ.. คือว่าที่พระมเหสีขององค์รัชทายาทผู้งามล่มเมือง เพียง "นัยน์ตาสื่อรัก ใจประสานใจ" ประโยคเดียวทำให้โชคชะตาของพวกเขามีอันจำเป็นต้องเปลี่ยน แต่ว่าครั้งนี้ แม้กาลเวลาจะมีผลให้ใบหน้าแล้วก็เสียงของเขาเปลี่ยนแปลง แต่ว่าเธอยังคงจดจำเขาได้ เธอเป็นเพียงผู้เดียวที่มีความทรงจำของชาติปางก่อน แต่เขากลับจำเธอไม่ได้อย่างสิ้นเชิง "โจวเซิงเฉิน" สามคำนี้ทำให้ความรู้สึกอ่อนโยนที่สุดพรั่งพรูออกมาจากส่วนลึกของหัวใจเธอ การร่วมเผชิญกับแผนการร้าย การใส่ร้าย แล้วก็การต่อสู้ช่วงชิง ทำให้หัวใจของเขากับเธอค่อยๆ สนิทสนมกัน ตลอดชีวิตนี้เธอเพียงต้องการเรื่องราวที่เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริงหาได้สนใจความรวยหรือการเคียงคู่กับจักรพรรดิ์ไม่ พบกับเรื่องราวความรักที่มั่นคงของสองหนุ่มสาว การช่วงชิง อำนาจ การฆาตกรรม ได้ใน "ทุกชาติภพ กระดูกงดงาม"
 
3. บุพเพรักหลานหลิง เล่ม 1-2 - ปาสี่
เขา..เก็บหน้ากากปีศาจที่นำพาพลังลึกลับมาให้ เขาทำศึกเพื่อปกป้องแว่นแคว้น ทุกคนเรียกขานเขาว่า เทพสงคราม เขาพานพบเด็กหญิงขายดอกบัวผู้มีปานแดงกลางหน้าผาก และจารจำนางผู้เป็นที่รักไว้ในใจ ยิ่งพรากจาก ยิ่งมิอาจลืมเลือน
นาง..เด็กหญิงกำพร้าในหอคณิกา มีชีวิตรอดเพราะอาจารย์ชุบเลี้ยง นางแฝงตัวเข้าแคว้นศัตรูเพื่อตอบแทนคุณอาจารย์ แม้จะต้องได้ชื่อว่าเป็นศัตรูกับบุรุษที่นางเฝ้าถวิลหาก็ตาม นางถลำลึกจนยากถอนตัว ยิ่งหักห้ามใจ ยิ่งรักไม่เสื่อมคลาย
ท่ามกลางสงครามแย่งชิงระหว่างแคว้น ทางแยกระหว่างความรักและบุญคุณ บุพเพรักของพวกเขาจะขับขานจนถึงท่วงทำนองสุดท้าย
 
4. มนตร์ทศทิศ - ราตรี อธิษฐาน
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปสักการะพระธาตุอินทร์แขวนส่งให้เอื้องดาวเรียงย้อนกลับไปในอดีตกาล ณ หงสาวดี เมืองทองที่เป็นดั่งดวงหฤทัยของผู้ที่ถูกขนานนามว่า พระเจ้าสิบทิศ แต่เมืองทั้งเมืองใช่ว่าจักมีแต่พระนามขององค์ประมุขผู้นี้เพียงเท่านั้น ภายในพระราชวังกัมโพชธานี สถานที่นี่ยังมีเรื่องราวมากมายที่ไม่อาจจารึกลงไว้ในประวัติศาสตร์
 
5. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 2 - เมิ่งซีสือ
มีโอกาสได้สร้างผลงานต่อเบื้องพระพักตร์ทั้งที ถ้าหากเป็นขุนนางคนอื่นๆอาจเนื้อเต้นด้วยความยินดี จบงานนี้ได้เลื่อนขั้น แต่ถังฟั่นไม่เหมือนกับขุนนางทั่วไป แทนที่จะดีใจ กลับปวดขมับกลัดกลุ่มสิไม่ว่า เฮ้อ! เขาก็อยู่เงียบๆของเขาดีๆ แล้วเชียว สุยโจวมีเหตุกะทันหันให้ต้องไปจากเมืองหลวงเสียด้วย แม้กระนั้นข้างกายถังฟั่นก็ใช่ว่าจะว่างลง เพราะผู้ที่เข้ามาเสียบแทน สวมบทคู่หูเป็นการชั่วคราว ก็คือคุณท่านวังจื๋อผู้แสนจะเจ้ากี้เจ้าการเอาใจยากนั่นเอง คนคนนี้เปิดตัวมาแสนจะน่าหมั่นไส้ แม้กระนั้นอ่านไปอ่านมาก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกัน "รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่" ล่วงมาถึงเล่มสองแล้ว มาติดตามดูวิวัฒนาการ ในด้านอาชีพการงานของ "ถังฟั่น" ควบคู่ไปกับแอบดูความสัมพันธ์ที่ใต้เท้าผู้พิพากษาของเรามีต่อผู้คนรอบตัวกันต่อได้เลย
 
6. ปีศาจราตรี - จิ่วลู่เฟยเซียง
ถ้าหากย้อนไปยุคพวกเราเด็กๆ เวลาเดินทางไปต่างถิ่น หรือที่ที่เราไม่รู้จัก คนแก่มักจะเตือนเสมอว่าอย่าไปคุยกับคนที่ไม่รู้จักหรือไปเก็บโน่นเก็บนี่กลับมา เนื่องจากบางครั้งอาจจะเป็นของเลอะเทอะ เป็นของผิดสำแดงอาจมีเบื้องลึกภูมิหลังที่เราไม่รู้เรื่องและก็นำภัยมาสู่เราได้แต่ว่า "หลีซวง" นางเอกปีศาจราตรีเล่มนี้ ของเราไม่เชื่อคำตักเตือนจำพวกนี้นัก นางไม่ตั้งใจเก็บเด็กชายความจำเสื่อมคนหนึ่งได้ระหว่างปฏิบัติภารกิจ ด้วยความที่เด็กบาดเจ็บรวมทั้งตัวคนเดียว นางจึงนำกลับมาเลี้ยงในค่ายทหาร ซ้ำยังตั้งชื่อใหม่ให้เขาอีกด้วย ภายหลังเด็กคนนี้เข้ามาในค่าย เรื่องราวแปลกๆ หลายเรื่องก็ค่อยๆ ทยอยอุบัติขึ้น มาถึงตรงนี้นักอ่านอาจเริ่มสงสัยนิดๆ แล้วสิว่าเด็กคนนี้เป็นใครมาจากไหน จะแต่งเรื่องอะไรไว้บ้าง นี่จะเป็นนิยายชนิดกลับชาติมาเกิด ย้อนเวลา หนึ่งร่างสองวิญญาณหรือไม่ แต่มันแปลกยิ่งกว่านั้น
 
7. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีชะตาชีวิตอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ แล้วก็ถูกใช้ประโยชน์จนตาย และก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับชาติมาเกิดอีกรอบ เมิ่งถิงก็เลยเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับสมรส! พบกับเรื่องราวน้องซื่อ แต่ว่าแอบร้าย แล้วก็เล่มสองยิ่งเพิ่มความร้ายกาจอย่างต่อเนื่องร้ายแบบซื่อๆจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 2"
 
8. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ความซื่อของเมิ่งถิงไม่เพียงแต่ทำให้เยืยนซุยหลง แต่ยังช่วยทำให้เมิ่งถิงเอาชีวิตรอดมาได้ทุกเหตุการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาปะทะกับแม่สามี และก็อาวุูธที่สำคัญอีกอย่างของเมิ่งถิงคือความเงียบ แต่อย่ารู้สึกว่าเมิ่งถิ่งใช้ความเงียบสงบสยบความเคลื่อนไหวอะไรเทือกนั้น จริงๆ เขาแค่สมองช้า คิดโต้ตอบไม่ทัน แต่ศัตรูดันทนความเงียบไม่ไหว ชิงระเบิดตนเองตายไปเสียก่อนด้วยเหตุนี้ เมิ่งถิงเลยชนะทุกที ชนะแบบที่เจ้าตัวยังสับสน พบกับ "วิวาห์ไฮโซ เล่ม 1" ในเล่มได้เลย
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่ เล่ม 1 - เมิ่งซีสือ
ถังฟั่น มีชื่อรองว่า "รุ่งชิง" อายุเพิ่งจะยี่สิบก็สอบได้อันดับที่หนึ่งของบัณฑิตเอกชั้นหนึ่ง เวลานี้ครองตำแหน่งผู้พิพากษา ศาลซุ่นเทียน สมถะเรียบง่าย พอใจในสิ่งที่ตนมี ประณีตบรรจงก็แค่กับเรื่องอาหารการกินแค่นั้น สุยโจว มีชื่อรองว่า "ก่วงชวน" นายกององครักษ์เสื้อแพรแห่งกองปราบฝ่ายเหนือ ไม่พูดไม่จาพูดน้อย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ รากฐานครอบครัวไม่ธรรมดา มีความเกี่ยวพันทางเครือญาติพระพันปิองค์ปัจจุบัน พันปีน ผู้ว่าการศาลซุ่นเทียน เป็นทั้งหัวหน้าของถังฟั่่นและก็ศิษย์พี่ เพราะมีอาจารย์เป็นปราชญ์ขุนนางคนเดียวกัน พันปิไม่ใช่คนขี้ขลาด เกรงอิทธิพล เพียงแค่รักความเงียบสงบ รู้รักษาตัวรอดปลอดภัยไว้ก่อน
 
10. วิวาห์ไฮโซ เล่ม 3 - Jian Jia Ni Zi (เจียนจยาหนีจื่อ)
ลูกนอกสมรสของตระกูลเมิ่ง มีโชคชะตาอยู่สองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ‘มีประโยชน์’ และถูกใช้ประโยชน์จนตาย แล้วก็แบบที่สอง ‘ไร้ประโยชน์’ หรือเป็นขยะรีไซเคิล เมื่อได้กลับมาเกิดใหม่อีกที เมิ่งถิงก็เลยเลือกแบบที่สอง อย่างไม่ลังเล ผลก็คือ เขาโดนจับสมรส! สาววายที่นิยมนายเอกนุ่มนิ่ม น่ารักน่าเอ็นดู กับพระเอกไทป์ alpha