ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่ออุปกรณ์เก็บข้อมูลมีปัญหา จะปรับปรุงแก้ไขเช่นไร ใช้ที่เก็บข้อมูลคุณภาพสิ คลิ  (อ่าน 9 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 07, 2018, 12:49:54 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1204
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

เมื่ออุปกรณ์จับเก็บข้อมูลมีปัญหา จะแก้ไขอย่างไร
.

.
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในการทำงานเอกสารบนคอมพิวเตอร์นั้น เครื่องมือจัดเก็บข้อมูลเป็นเรื่องจำเป็น เพราะไม่เช่นนั้นพวกเราก็จะไม่สามารถรักษางานไว้ได้ ยิ่งการทำเอกสารสำคัญๆด้วยแล้ว อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลยิ่งกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นกันอย่างยิ่งจริงๆ
.

.
แต่ในหลายๆครั้ง เครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลก็กำเนิดปัญหาขึ้นระหว่างที่กำลังทำงาน เป็นต้นว่าไม่อาจจะเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ได้ หรือถูกเชื้อไวรัส มัลแวร์ประเภทต่างๆเข้าแอบ กระทั่งทำให้งานที่อยู่ในเครื่องไม้เครื่องมือจัดเก็บข้อมูลนั้นต้องมีปัญหา มีการเปิดไม่ได้บ้าง มีไฟล์งานเกิดขึ้นซ้ำกันหลายไฟล์กระทั่งไม่เคยรู้ว่าอันไหนเป็นไฟล์จริง อันไหนเป็นไฟล์เชื้อไวรัสบ้าง หรือร้ายกว่านั้น งานที่อยู่ในเครื่องอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลบางครั้งก็อาจจะหายไป หากเป็นงานสำคัญด้วยแล้ว ก็จำต้องเรียกว่านรกมีขึ้นกันอย่างยิ่งจริงๆ ผู้อ่านหลายคนอาจกำลังกลุ้มกับปัญหานี้อยู่ ขอบอกเลยว่าไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลไป เพราะเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลจะมีปัญหา แม้กระนั้นเราก็พอเพียงจะมีทางออกกันอยู่บ้าง ดังที่พวกเราจะเอามาพรีเซ็นท์กันในบทความนี้
ซึ่งการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับที่เก็บข้อมูลนั้น ตามที่กล่าวไปกว่าปัญหาที่เกิดกับเครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลนั้นมีได้หลายอย่าง ด้วยเหตุนั้น พวกเราก็เลยจะกล่าวถึงกระบวนการแก้ไขปัญหาไปตามลักษณะของสิ่งที่เกิดขึ้น ดังนี้
1. ปัญหาเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์มิได้ ปัญหาดังล่าวนี้มีปัจจัยอยู่ 3 ประการ ตัวอย่างเช่น สายเคเบิ้ลที่ใช้ต่อเครื่องไม้เครื่องมือจัดเก็บข้อมูลเข้ากับคอมพิวเตอร์มีปัญหา บางทีอาจมีการหัก พับ หรือบิดงอจนกระทั่งทำให้กระแสไฟฟ้าไม่สามารถผ่านได้สบาย ทำให้ไม่สามารถที่จะต่อเครื่องไม้เครื่องมือได้ วิธีแก้ก็คือ ทดลองแปลงเอาสายเคเบิ้ลสายอื่นๆซึ่งสามารถใช้แทนกันได้มาต่อไปก่อน ต้นเหตุถัดมาที่พวกเราเจอได้คือ port usb บนคอมพิวเตอร์ที่พวกเราใช้ทิ่มสายเชื่อมต่อกับเครื่องไม้เครื่องมือจัดเก็บข้อมูลอยู่นั้นมีปัญหา ถ้าเป็นต้นเหตุนี้ พวกเราสามารถปรับปรุงแก้ไขได้ด้วยการถอดสายเคเบิ้ลออกจาก port เดิม แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปแทงกับ port ใหม่ที่อยู่ใกล้ๆกัน ส่วนสาเหตุประการที่ 3 มาจากปัญหาที่ตัวเครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลเอง ถ้าเป็นข้อนี้ ให้เราสำรวจดูว่ามีปัญหาอะไรอยู่ที่ตัววัสดุอุปกรณ์บ้าง เช่น อาจมีสนิมขึ้นในจุดที่ใช้เชื่อมต่อสายเคเบิ้ล ก็ให้กระทำการขัดด้วยกระดาษทรายจนกระทั่งสะอาด กระแสไฟฟ้าจะสามารถไหลผ่านได้ หรือเปล่า อาจมีองค์ประกอบบางอย่างในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่หลุด หรือพังอยู่ ถ้าหากเป็นเช่นนี้วีเดียวที่จะขจัดปัญหาได้ ก็คือ นำเครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลเข้าศูนย์ซ่อม แล้วให้ทางศูนย์ทำ back up ข้อมูลให้
.

.
2. ปัญหาไฟล์งานหาย หรือเสียหายเหตุเพราะเชื้อไวรัสรวมทั้งมัลแวร์เข้าแอบในอุปกรณ์จัดเก็บ ปัญหานี้นับว่าเป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดสำหรับอุปกรณ์เก็บข้อมูล โดยเมื่อเชื้อไวรัสเข้าแอบ มันจะทำลายข้อมูลในเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลของเรา นำมาซึ่งการทำให้ไฟล์งานสูญหาย หรือบางทีก็อาจจะยังอยู่แต่ว่าไม่สามารถเปิดได้ วิธีแก้มีอยู่ทางเดียว คือ พวกเราจำต้องใช้โปรแกรมสแกนไวรัสเพื่อทำลายไวรัส รวมทั้งมัลแวร์ที่อยู่ในเครื่องอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของพวกเราไปก่อน ในขั้นตอนนี้ ไฟล์ข้อมูลบางตัวของเราจะต้องสูญหายไปด้วย เมื่อกำจัดไวรัสสำเร็จแล้ว ขั้นต่อไปเป็นการใช้โปรแกรมประเภทกู้คืนไฟล์ ตัวอย่างเช่น Recuva กระทำค้นหาไฟล์ที่เคยถูกจัดเก็บอยู่ในอุปกรณ์ของพวกเรา เมื่อค้นหาเสร็จ มันจะแสดงผลการค้นหา รวมทั้งไฟล์ที่ถูกลบไป ก็ให้พวกเรากดปุ่ม recover เพื่อดึงไฟล์ที่ถูกลบไปกลับมาอีกครั้ง
การจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลของพวกเรานั้น เราสามารถทำเป็นตามกระบวนการที่เอ่ยถึงไปในข้างต้น ดังนี้ การจัดการกับปัญหาดังกล่าวข้างต้น ผู้ใช้งานควรจะทำใจไว้ในระดับหนึ่งว่าอาจไม่สามารถกู้คืนไฟล์กลับมาได้ 100% โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟล์ที่เคยเสียหายไปด้วยเหตุว่าไวรัสแล้วก็มัลแวร์ชนิดต่างๆแม้จะหาพบแล้วกู้กลับมาได้ แม้กระนั้นก็ได้โอกาสสูงที่ไฟล์จะไม่อาจจะเปิดได้ ด้วยเหตุนี้ ก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น เราควรต้องมีการจัดแจงคุ้มครองปกป้องไว้ก่อน ดังต่อไปนี้
1. ควรจะหาซื้ออุปกรณ์เก็บข้อมูลไว้หลายๆตัว แล้วป้อนข้อมูลในเครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลทุกตัวที่พวกเราซื้อมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟล์ที่มีความหมาย อย่าจัดเก็บไว้ในเครื่องไม้เครื่องมือเพียงแค่ตัวเดียว เพื่อที่ว่าถ้าเกิดเครื่องไม้เครื่องมือจัดเก็บข้อมูลตัวหนึ่งมีปัญหา เราก็สามารถนำไฟล์จากเครื่องอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอีกตัวหนึ่งมาใช้แทนได้
2. ควรที่จะนำ Cloud มาใช้เป็นตัวช่วยสำหรับในการจัดเก็บข้อมูล Cloud คือไดรฟ์ออนไลน์สำหรับเก็บข้อมูล ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการหลายรายที่สร้าง Cloud ออกมา ดังเช่น Dropbox Onedrive Google Drive เป็นต้น Cloud พวกนี้จะเป็นที่จัดเก็บข้อมูลชั้นหนึ่ง ไม่มีอันตรายแล้วยังปลอดภัยจากเชื้อไวรัส และก็ถึงแม้ว่าจะอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลของพวกเราเสียหายไปทั้งหมดทั้งปวง พวกเราก็ยังสามารถล็อกอินเพื่อเข้า Clod แล้วไปดาวน์โหลดไฟล์กลับมาใช้งานต่อได้
3. เมื่อทำงานเสร็จแล้ว ให้รีบส่งงาน อย่าปล่อยงานทิ้งเอาไว้ภายในเครื่องอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพราะว่ามีความคิดว่าส่งเวลาใดก็ได้ กรรมวิธีการนี้เหมาะกับผู้ที่ส่งงานทางอีเมล์ การรีบส่งงานไปก่อน จะช่วยทำให้ที่หมายมีงานของเราเก็บไว้ ถ้าเครื่องใช้จัดเก็บข้อมูลของพวกเรามีปัญหาขึ้นมา เราก็สามารถขอให้จุดหมายปลายทางส่งงานของพวกเรากลับมาได้ นอกเหนือจากนี้ การรีบส่งงานไปก่อน ยังช่วยทำให้หัวหน้างานมองเห็นความก้าวหน้า และก็คิดว่าพวกเราคือผู้ที่มีความรับผิดชอบต่องานอีกด้วย
เมื่อที่เก็บข้อมูล มีปัญหา ย่อมนับว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ทำงานด้านเอกสาร แม้กระนั้น วิถีทางปรับแก้ก็ยังมีอยู่ ถ้าผู้ใช้คอมพิวเตอร์ท่านใดที่กำลังมีปัญหาดังกล่าวข้างต้น ขออย่าพึ่งเครียด ให้รีบใช้กรรมวิธีแก้ปัญหาตามที่เอ๋ยถึงไปข้างบน หากแม้มันอาจไม่อาจจะไขปัญหาได้ 100% แต่ว่าก็ช่วยให้เราประคับประคองชีวิตรอดถัดไปได้
.
ขอบคุณสำหรับที่มา
บทความอุปกรณ์จับเก็บข้อมูล: https://www.dotlife.store/storage.html, dotlife

Tags : อุปกรณ์จับเก็บข้อมูล,อุปกรณ์เก็บข้อมูล,ที่เก็บข้อมูล