ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง ราคา 6 แนวทางสำรวจคุณภาพสาย audio cable คลิกเลย  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 11, 2018, 02:03:31 AM
  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 267
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางตรวจสอบประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
เดี๋ยวนี้ พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านค้าจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายแบรนด์ให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้ท่านภาพของสินค้ามีความไม่เหมือนกันด้วย หากพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีแล้วไป แต่ว่าถ้าพวกเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียง ที่ไม่ได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องประสบกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว อีกทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เนื่องจากไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือสินค้าราคาแพง ต่างก็มีทั้งคุณภาพดี คุณภาพต่ำ และก็ปัญหาในตนเองปะปนไป ด้วยเหตุนั้น เราก็เลยจำเป็นต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การตรวจสอบประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำได้ 6 วิธีดังต่อไปนี้
1. วิเคราะห์ความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่พวกเราสามารถวิเคราะห์ด้วยตนเองได้ และก็ควรเช็คเป็นสิ่งแรก เพราะว่าสายสัญญาณเสียงในตอนนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งและความอ่อนไม่เท่ากัน โดยธรรมดา สายสัญญาณเสียงที่แพงถูกมักจะมีสายค่อนข้างแข็ง ในขณะที่สายสัญญาณเสียงราคาแพงๆมักจะมีสายอ่อน คำแนะนำเป็น ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน เพราะเหตุว่าจะไม่สามารถที่จะพับสายได้ ถ้าเกิดพับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินความจำเป็น เพราะยิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อนำไปใช้งานเสมอๆย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้ง่ายๆสายสัญญาณเสียงที่เยี่ยมที่สุด ควรจะเป็นสายที่อ่อนเพียงพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกจนขาด ถ้าเกิดพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจสอบสิ่งของที่ใช้สำหรับในการทำหัวสายว่าเป็นยังไง สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาในปัจจุบันนั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆในการทำหัวสาย อาทิเช่น ทองบรอนซ์ และอลูมินัม ขอชี้แนะว่าควรที่จะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดีมากยิ่งกว่า เพราะว่าเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากยิ่งกว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยมีปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะแทงสายไม่แน่นก็ตาม ในขณะอลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก หากเสียบไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ นอกจากนั้น ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนถาวรสูง แก่การใช้แรงงานยาวนาน ไม่ค่อยเจอกับปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ในขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นจะต้องใช้งานอย่างระแวดระวัง ถ้าไม่บำรุง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ
3. สำรวจการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือเปล่า โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพแย่มักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ รวมทั้งหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถที่จะซ่อมแซมได้ ต้องทิ้งสิ่งเดียว โดยเหตุนี้สำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราก็เลยต้องตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจตราความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี จะต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เพราะเหตุว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมสำหรับเพื่อการเสียบเข้ากับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆได้โดยไม่เกิดการโยกหรือหลวม ทั้งยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา หากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหงุดหงิดบสั้นเกินไป จะไม่อาจจะทิ่มกับเครื่องใช้ไม้สอยได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นพักๆจำเป็นต้องคอยพยุงไว้ ส่วนถ้าหากโลหะที่หัวทิ่มมีความยาวมากเกินความจำเป็น เมื่อทิ่มกับอุปกรณ์จะมีผลให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา ถ้าเผลอไปชนเข้าอาจทำให้สายเกิดการหักได้
5. วิเคราะห์ความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยแค่ไหน ข้อนี้ถึงแม้ว่าจะมิได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานโดยตรง แต่ก็สำคัญ เพราะว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้งาน จะช่วยทำให้สามารถต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเกินไปจนถึงมีความเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเกินความจำเป็นกระทั่งเกิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราว่าคืออะไร ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับทิ่มวัสดุอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วๆไป ควรมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำเป็นต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจตรายี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็ถือว่ามีความหมายไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่สร้างขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกสินค้าจากยี่ห้อแปลกๆหรือสินค้าโนเนม เพราะว่าชอบเป็นผลิตภัณฑ์ที่มิได้ประสิทธิภาพ มีโอกาสเสียเสียหายได้ง่าย
การเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพถือเป็นเรื่องที่พวกเราจำต้องให้ความเอาใจใส่ เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
เครดิตบทความ
บทความสายสัญญาณเสียง ราคา : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สาย audio cable

Tags : สายสัญญาณเสียง,สาย audio cable