ผู้เขียน หัวข้อ: ท่องเที่ยวดูบคอยฟนิก DUBROVNIK โครเอเชีย  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 12, 2019, 02:27:23 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1470
    • ดูรายละเอียด

เมืองมองบรอคอยฟนิค ประเทศโครเอเชีย (Dubrovnik, Croatia)

มองบคอยฟนิค เป็นอีกเมืองเก่าที่น่าดึงดูด แล้วก็ยังได้รับการสรุปงย่องว่าเป็นเพชรนิลจินดาที่ทะเลเอเดรียว่ากล่าวกด้วย ซึ่งหากคุณได้มามองเห็นอาคารบ้านเรือนที่ผลิตขึ้นมาจากก้อนอิฐรวมทั้งมีหลังคาสีส้มเป็นเอกลักษณ์ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา รวมทั้งมองเห็นทิวทัศน์ทะเลสูดลูกหูลูกตาละก็ นี่คือสิ่งที่รับรองก้าวหน้าว่ามองบรอคอยฟนิคคือเพชรนิลจินดาแห่งทะเลเอเดรียติเตียนกอย่างโดยความเป็นจริง

เช้าวันใหม่ เรือ Regent Seven Seas Mariner มาหยุดที่ท่าเรือเมืองมองบรอฟนิกแล้วค่ะ พวกเราจะท่องเที่ยวดูบคอยฟนิก โครเอเชีย ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในเมืองเก่าที่งามที่สุดในยุโรป ได้รับสมญานามว่า มุกที่สมุทรเอเดรียติเตียนก

ตรงนี้เป็นพวกเราจะเดินดูทิวทัศน์ เดินเลียบทะเล มองเรือกับวิวงามๆน้ำใสปิ๊งๆเห็นตัวปลา

โดยส่วนที่น่าสนใจ จะเป็นเมืองเก่า Old Town Dubrovnik ที่ถูกโอบล้อมด้วยกำแพงโบราณที่สูงตระหง่าน และก็มีความยาวถึง 2 กม. อยู่ตรงบริเวณพื้นที่ชายหาดอาเดรียว่ากล่าวก แนวหลังคาสีส้มตระหง่านไปทั่วทั้งเมืองเก่า เป็นเขตชุมชนเริ่มต้นที่บรรพบุรุษชาวมองบรอคอยฟนิกมาก่อสร้างบ้านเมืองเอาไว้ภายในศตวรรษที่ 7 แล้วก็สร้างกำแพงเมืองที่แข็งแรงล้อมเมืองเอาไว้ในศตวรรษที่ 13 เป็นกำแพงที่สมบูรณ์และหนักแน่นมากมายค่ะ บนกำแพงมีทั้งยังหอคอยรวมทั้งป้อมเพื่อคุ้มภัยจากศัตรูได้แก่ชาวอาหรับและชาวเวนิซ ที่เป็นคู่อริกันมานานแสนนาน องค์การยูเนสโกได้ขึ้นบัญชีให้เมืองเก่าที่นี้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979 และยังถูกใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องGame of thrones อีกด้วยนะคะ ยอดเยี่ยมเล้ยยย!

ปากทางเข้าเมืองนั้นต้องเดินลอดประตู Pile Gate ที่มีรูปปั้นของนักบุญเซนต์เบลส นักบุญประจำเมือง ข้างในมีอาคารบ้านเรือนให้ท่องเที่ยวดูมากค่ะ ทั้งยังน้ำพุ Onofrio, โบสถ์ The Cathedral Treasury อันดั้งเดิม, หอนาฬิกาโบราณ,พระราชวังเรคเตอร์ และก็ร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านค้าไอศครีม ร้านขายของของที่ระลึกต่างๆเต็มไปโม้ดดด สวยรวมทั้งโรแมนตำหนิคมากๆแต่ก็เจอรอยลูกกระสุนปืนแล้วก็ร่องรอยความทรุดโทรมจากสงครามอยู่ทั่วไปในเมือง ถ้าหากเช็คดู ตามประวัติศาสตร์แล้ว

ตรงรอบๆท่าเรือ บรรยากาศสวยมากมาย ชอบเมืองนี้มากมายๆจ้ะ คนใดกันแน่ได้โอกาสลองไปสัมผัสมองนะคะ โรแมนตำหนิคจริงๆแล้วก็เวลาบ่ายมีนั่งรถยนต์ไป Cavtat เพื่อชิมไวน์ เป็นขนมปัง ชีส และแฮม ทานคู่กับไวน์ท้องถิ่น ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น

เมืองดูบรอคอยฟนิค (Dubrovnik) เมืองชายฝั่งทะเลเอเดรียติเตียนก บรรยากาศริมชายฝั่งทะเลที่มีบ้านที่พักหลังคากระเบื้องสีแสดสลับตามแนวริมตลิ่ง
• เมืองมองบรอคอยฟนิค มีชื่อเสียงว่าเป็นเลิศในเมืองเก่าที่งามที่สุดในยุโรป ฉายา "มุกที่สมุทรเอเดรียว่ากล่าวก" ด้วยความพอดีของสถาปัตยกรรมและก็ผังเมืองที่เรียบร้อย เป็นเมืองที่มีอำนาจทางทะเลตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และมีความก้าวหน้าด้านการค้า ก็เลยได้สร้างความใหญ่โตให้โดดเด่น ด้วยการตกแต่งวัง สร้างโบสถ์ วิหาร สี่เหลี่ยมด้านเท่า น้ำพุ และบ้านเมืองต่างๆแล้วก็ได้รับการบูรณะและเปลี่ยนแปลงอย่างงดงามตามยุคสมัย
• เมืองดูบคอยฟนิค ยังมีประวัติศาสตร์เป็นเมืองพี่เมืองน้องกับ "เวนิซ" ในอิตาลี และ "สปลิต" เมืองเลาะสมุทรเมดิเตอร์เรเนียนอีกเมืองของโครเอเชียในสมัยก่อน ดูบรอฟนิกมีความสำคัญทางด้านการค้าเป็นอย่างมากในแถบเมดิเตอร์เรเนียน เคยเป็นเมืองที่มีอำนาจทางทะเลแล้วก็ควบคุมกิจการค้าทางทะเลมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เนื่องจากว่ามีหน้าที่เป็นเมืองที่เชื่อมการค้าขายระหว่างฝั่งตะวันออกและตะวันตกของสมุทรเอเดรียติก เรียกว่าเป็นเมืองศูนย์กลางของสาธารณรัฐก็ว่าได้
• ในตอนศตวรรษที่ 14-17 ดูบคอยฟนิคก็เลยรวยมีเงินทองมากมายสำหรับในการตกแต่งประเทศชาติให้มีความสวยสดงดงาม และก็ราชสำนัก โบสถ์ วิหารภาพงดงามของเมืองปัจจุบันนี้ ใครจะทราบว่าในสมัยก่อนดูบรอฟนิกจำต้องผ่านเรื่องราวที่ได้รับความเสียหายอย่างมากจากแผ่นดินไหวในศตวรรษที่ 4 บางส่วนของเมืองจมหายไปในสมุทร ข้างหลังผ่านเหตุจากภัยธรรมชาติก็จำเป็นต้องมาพบภัยจากน้ำมือมนุษย์เมื่อกลายเป็นจุดมุ่งหมายโจมตีจากกองทหารยูโกสลาฟในปี 1990 บ้านช่องกว่าครึ่ง อนุสาวรีย์ต่างๆได้รับความเสียหายโดยเฉพาะอย่างยิ่งชีวิตของมนุษย์ที่สูญหายไปในกองไฟการสู้รบนับแสนคน เหลือไว้ก็แต่ว่ารายชื่อในพิพิธภัณฑ์
• ในเมืองมองบคอยฟนิค เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม ทั้งโกธิก เรอเนสซองส์ และบาร็อค บรรยากาศสงบ เย็นสบายไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป เพราะเหตุว่ามีภูมิอากาศเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียน อุณหภูมิระหว่างปีของเมืองนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 17 องศา ไม่หนาวไม่ร้อนในฤดูหนาวอากาศโดยประมาณ 10 องศา อาจมีฝนตกแต่หิมะไม่มีบ่อยมากนัก มองบรอฟนิกก็เลยเปลี่ยนเป็นสถานที่เที่ยวของชาวตะวันตกเยอะๆ แต่ว่าในขณะนี้ชาวเอเชียเริ่มที่จะท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ
• เขตเมืองเก่า (Old Town) ของเมืองมองบลอฟนิค ซึ่งองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติได้ขึ้นบัญชีให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1979 ดูทิวภาพของตัวเมืองเก่ามีป้อมโบราณความยาว 190 เมตรล้อมรอบ นำท่านเดินลอดประตู Pile Gate ที่มีรูปปั้นของนักบุญ เซนต์เบลส นักบุญประจำเมืองเพื่อเข้าสู่แกนกลางเมืองเก่า ชม น้ำพุ Onofrio ซึ่งเป็นตั้งเป็นเกียรติแก่ของนักออกแบบผู้ผลิตน้ำพุแห่งนี้ นำท่านเข้าชม The Cathedral Treasury หนึ่งในโบสถ์ดั้งเดิมที่สะสมโบราณวัตถุของพ่อค้าพ่อค้าที่ได้ทำการค้าขายกับชาวเวนิชในอดีต นำท่านถ่ายภาพกับ หอนาฬิกาโบราณ (Bell Tower Clock) หลังจากนั้นนำท่านเข้าชม พระราชสำนักเรคเตอร์ (Rector's Palace) พระราชสำนักที่ผลิตขึ้นโดยผสมศิลปะอีกทั้งแบบโกธิค, เรเนซองส์และบาโร๊ค ถึงเวลานำท่านแวะดูและก็ถ่ายรูปกับ สปอนซา พาเลส (Sponza Palace) ผลิตขึ้นโดยศิลปะแบบโกธิค เรเนซองส์ ในสมัยศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันได้ใช้เป็นที่จัดเก็บเอกสารแล้วก็สำนักงานส่วนราชการ นำท่านเดินผ่านถนนสตราดัน ถนนสายหลักยาวกว่า 398 เมตร ลำดับที่สองริมทางรายล้อมไปด้วยอาคารสไตล์โรมัน โกธิค และร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านค้าไอติม ร้านขายของที่ระลึกต่างๆมาก
• กำแพงเมืองโบราณในเขตเมืองเก่า ตั้งสูงเด่นโอบล้อมชุมชนยาวกว่า1,940 เมตร เป็นกำแพงเมืองที่มีโครงสร้างบริบูรณ์รวมทั้งเข้มแข็งมาก บนกำแพงมีทั้งยังหอสังเกตการณ์รวมทั้งป้อม ใช้ป้องกันตัวจากศัตรู อาทิเช่น พวกเซิร์บ อาหรับเป็นต้น หากแม้ปัจจุบันก็ยังคงใช้งานได้อยู่ กำแพงเมืองเก่าแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้วย
• เรกเตอร์ พาเลซ ตึกประตูโค้งมีเสาแกะสวยงามเรียงต่อกันเป็นแถว ที่นี่เคยเป็นอาคารว่าการของสาธารณรัฐมองบรอฟนิก ตัวตึกเป็นศิลปะผสมโกธิก เรอเนสซองส์ แล้วก็บาร็อค ตัวตึกเคยถูกระเบิดพังทลายถึงสองครั้ง แต่ก็ได้สร้างและซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ ตอนนี้เรกเตอร์ พาเลซ เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงการสร้างเมืองตั้งแต่หนแรก รวมทั้งใช้เป็นสถานที่นำเสนอคอนเสิร์ต
• ประตูเมือง (Pile Gate) สร้างไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 น้ำพุโบราณทรงกลม (Onfrio Fountain) เป็นน้ำพุที่ใช้เป็นเสมือนน้ำประปาในเมือง วิหารFranciscan Monastery สถาปัตยกรรมแบบโกธิค
• จัตุรัสกลางเมือง เป็นแหล่งทำกิจกรรมต่างๆของเมืองในอดีตกาล มีเสาหินอัศวิน (Orlando Column) หอนาฬิกา (Bell Tower) ตั้งอยู่ปลายสุดของถนนหลัก ผลิตขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1444
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : firstatomtech

ที่มา : http://firstatomtech.com/

Tags : firstatomtech.com
ธันวาคม 03, 2019, 11:28:51 AM
ตอบกลับ #1
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 32018
    • ดูรายละเอียด