แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 11
1
รับผลิตและรับสกรีนเสื้อ คุณภาพสูง ราคากันเอง (1-2 วันรับงานได้เลย)
บริการด้วยเสื้อ Cotton 100%  เนื้อผ้าเกรด A  ใช้สีสกรีนนำเข้าจาก อเมริกา เพื่อความคงทาน สีสันสดใสไม่หลุดไม่ลอก ให้ความคมชัดสูง
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
 โทรศัพท์ : 0896654259
ไลน์ : http://line.me/ti/p/%40screenprintservice
FB    : https://www.facebook.com/Teeshirtscreenprinting/
เว็บไซต์ : https://xn----uwf6eb8bd1cd1a6a1c0a9isf.com/
ผลงาน : https://xn----uwf6eb8bd1cd1a6a1c0a9isf.com/portfolio/
Map : https://goo.gl/maps/c6nrxKb4ntu

ร้านสกรีนเสื้อ ให้คำปรึกษาสำหรับผลิตงาน สกรีนเสื้อคุณภาพสูง ผลิตแบรนด์เสื้อเพื่อการส่งออก หรือขายส่ง  ด้วยเทคนิคและประเภทสีต่างๆเช่น
- เทคนิค Halftone , CMYK , Foil , HD , Flex
- สีจม (Dye Ink) หรือ สีกัด (Discharge) สีประเภทนี้จะซึมลงไปในเนื้อผ้าผู้สวมใส่จะรู้สึกเย็นสบายเพราะไม่มีสีติดอยู่บนเนื้อผ้า
- สีนูน (Puff Ink) สีจะนูนขึ้นมาเหมือนขนมปัง
- สี Plastisol ให้ความคมชัดและรายละเอียดสูง
- งานสกรีน






2


รับซื้อสายไฟ THW ,CV ,NYY ,VAF และอุปกรณ์ไฟฟ้าเหลือใช้ ใหม่ - เก่า ถึงที่ #ทั่วประเทศ ราคาดี จ่ายเงินสด
ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ไลน์ : fortuner3131
โทรศัพท์  : 087-089-3187
Facebook : https://www.facebook.com/recyclethailand24h/
#รับซื้อของเก่า #รับซื้อสายไฟ #รับซื้อสายไฟใหม่เก่า #ทั่วประเทศ #24ชม.











3

แบตเตอรีรถยนต์นครพนม

บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์นอกสถานที่ ราคาประหยัดในนครพนม มิตรภาพแบตเตอรี่สาขานครพนม จัดจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ทุกชนิดในราคาถูก เนื่องจากเราคือตัวแทนจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ ยี่ห้อ GS FB 3K panasonic ซึ่งเราได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ในจังหวัดนครพนม แบตเตอรี่ทุกลูกใหม่แกะกล่อง100%ทุกลูก รับประกัน1-2 ปี ตามเงือนไขที่บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรีกำหนด แบตเตอรี่หมดแบต แบตเตอรี่เสือมในจังหวัดนครพนม
โทรเรียกใช้บริการเปลี่ยนนอกสถานที่กับมิตรภาพแบตเตอรี่สาขานครพนมได้เลย
โทรศัพท์ : 089-841-8825, 042-511-184
Website : https://autonakhonpanom.com

4
Le'skin จัดหนัก "Exclusive Party" งานเลี้ยงสุดอลัง!!ขอบคุณตัวแทนจำหน่ายจากประเทศจีน


เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561  "Le'SKIN" แบรนด์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสกินแคร์อันดับต้นๆของประเทศ โดย คุณ วิศิษฐ์ แซ่เซ๋ง และ คุณ ชนุพร บุญนิล หรือที่รู้จักกันดีในนาม เจ๊อาร์ บล็อกเกอร์ดังจากเพจ “Aremakeup” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ เนเชอรัล บิวตี้ แอนด์ คอสเมติก (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงานเลี้ยงส่งท้ายปี 2018 "Le’SKIN Exclusive Party" ต้อนรับตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่จากประเทศจีน ทั้งนี้ยัง มีการแสดง เดินแบบแฟชั่นโชว์ เปิดตัว สินค้าใหม่  Aqua Bloom ภายใต้คอนเซ็ปต์ ปลุกผิวสุขภาพดี ด้วยพลังธรรมชาติ “Awake Your Healthy Skin with Natural Power” สร้างความฮือฮาให้กับตัวแทนจำหน่ายชาวจีนไม่น้อย ทำเอาสถานที่จัดงานดูเล็กและคึกคักขึ้นถนัดตา โดยได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับและขอบคุณตัวแทนจำหน่ายที่บินตรงมาจากประเทศจีน เพื่องานนี้โดยเฉพาะ ที่Ammata Lanta Resort Suvarnabhumi  ในค่ำวันจันทร์ที่ 19 พ.ย.61 ที่ผ่านมา

บรรยากาศของงานเริ่มต้นความคึกคักด้วย "ขบวนแห่กลองยาว" ที่สะท้อนวิถีความเป็นไทย สร้างความตื่นตาตื่นใจและสนุกสนุกสนานให้กับลูกค้าชาวจีนเป็นอย่างมาก และในตอนค่ำเริ่มต้นความบันเทิงด้วยทีมงาน Are You Show จากเวที Thailand’s Got Talent กับการแสดงสุดอลังการในชุด "Thai Modern" เป็นการแสดงจินตลีลาที่มีทั้งความอ่อนหวานและแข็งแกร่งในโชว์เดียว รวมถึงคอสตูมสุดหรูหราและงดงาม เรียกเสียงปรบมือได้อย่างเกรียวกราว ตามมาด้วยการแสดงการเดินแบบ แฟชั่นโชว์จากหนุ่มๆ จากเพจ DuMunDi (ดูมันดิ) นำทีมโดย  ป๊อปปี้-รัชพงศ์ (The Face Men Thailand Season2), จอส-เวอาห์ (หนุ่ม Cleo 2017) , ปาร์ค-ภานุภัทร, มาร์ค-สรณ์ธรรมส, แม็ก-ศรันทร์ และ ชี-พฤกษ์) และ สาวๆจากเวที มิสทิฟฟานี่ นำทีมโดย เน็ค-เนฐนภาดา (มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ปี 2015), อลิซ-กานต์ชญา กัจญ์ชนะกุล (รองอันดับ1 มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ปี 2015), เนิร์ส-ปรียาลักษณ์ เสเถียรบุญ (Miss perfect angle 2014) ,อาร์ม-ตรีทิพย์นิภา ทิพย์ปภาดา (รองอันดับ2 มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ปี 2015)  ที่เดินควงกันออกมาพร้อมกับ Aqua Bloom ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของแบรนด์เลอสกิน ที่จะออกวางจำหน่ายในเดือนธันวาคมนี้ โดยมีการแสดงชุด “Carnival” ประกอบการเดินแบบในครั้งนี้

นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมี มินิคอนเสิร์ต จาก แม็ค-วีรคณิศร์  กานต์วัฒนกุล พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ เมย์-นภัสนันท์ หรือ (เมย์ AF 12) ที่นำเพลงดังมาเมดเล่ย์สร้างความบันเทิง เรียกเสียงกรี๊ด ในงานได้อย่างล้นหลามเลยทีเดียว บรรยากาศตลอดทั้งงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น สนุกสนานและเป็นกันเอง ทางผู้บริหาร
เลอสกินขอแสดงความขอบคุณมายังผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้การสนับสนุน "Le'SKIN" ด้วยดีตลอดมา
ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.leskinthailand.com
facebook : https://www.facebook.com/Leskinthailand2016


















































































aluminium sulphate molecular weight

ดูวีดีโองานนี้ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=AURMzoR52CQ
https://www.youtube.com/watch?v=FnP9mGPiKdI

5
รับทำสปริง ทำตามสั่ง ทำตามแบบที่ลูกคั้าให้มา
จำนวนมากน้อย ไม่เกี่ยงงาน เพียงแค่ 1 ตัวก็ยินดีทำให้
มีส่ง Ems หรือขนส่ง คุณลูกค้าสามารถเลือกได้ครับ
ลวดมีขนาดตั้งแต่ 0.2-40 มิล ทั้งลวดสปริง ลวดปอนด์ หรือลวดสแตนเลส  ทุกชนิดเกรดเอ จากญี่ปุ่น
ใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยทำ และมีแรงงานมือ ที่พร้อมส่งให้ ไม่นานเกินรอครับ

เฟสบุ๊ค : https://facebook.com/springchangpradit
แวะมาเยี่ยมชมหน้าเพจก่อนครับ ฝากกดไลค์ติดตาม ผมอัพรูป ลงทุกวันครับ

ตีราคาสปริง /สอบถาม
Tel : 084-772-4449, 024152069
ไลน์ : @pajpao
โรงงานผมอยู่ซอยเอกชัย 29 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทองครับ
ยินดีถ้าจะเข้ามาหรือจะส่งตัวอย่างสปริง มาทางไปรษณี ก็ได้ครับ












6
สำหรับในการใช้งาน smartphone รวมทั้ง tablet สิ่งหนึ่งที่มีความหมายและก็จำเป็นมากเลยทีเดียวก็คือ แบตเตอรี่ที่เก็บกระแสไฟไว้อย่างเพียงพอ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่มีแหล่งพลังงานสำหรับเครื่องใช้ไม้สอยกลุ่มนี้ และไม่สามารถเปิดใช้งานอุปกรณ์ได้

ดังนี้ ทำให้ขณะที่คนอีกหลายๆคนจะต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน จึงชอบพกพาสายชาร์จใส่กระเป๋าไปด้วย เพื่อที่ว่าเวลาแบตเตอรี่ในโทรศัพท์หมดลง จะได้หาเต้ารับสำหรับทิ่มชาร์จแบตเตอรี่ เพื่อปลุกโทรศัพท์ให้กลับมาใช้งานได้อีกทีหนึ่ง แต่ว่าการพกพาสายชาร์จไปไหนมาไหน ครั้งคราวก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียพื้นที่เก็บของในกระเป๋า การที่สายชาร์จถูกของในกระเป๋าวางทับจนกระทั่งหัก บิด ไม่สามารถใช้งานได้อีก ไปจนถึงการทำสายขาดระหว่างจับออกมาจากกระเป๋า หรือระหว่างการเก็บใส่กระเป๋า อีกทั้งสายชาร์จโทรศัพท์หลายรุ่นก็มักมีความยาวไม่มากมาย ถ้าเกิดพกไปในที่ๆติดตั้งเต้ารับไว้สูงเหลือเกิน การชาร์จไฟก็จะทำเป็นไม่สบาย เป็นต้น เนื่องจากว่าสายชาร์จแบตเตอรี่ทั่วๆไปมีข้อจำกัดล้นหลาม ทำให้คนอีกหลายๆคนอาจหันมาดู wireless charger แทน เนื่องด้วยไม่มีข้อจำกัดเรื่องสายไฟตามมารบกวนให้รำคาญใจ แต่ คนที่กำลังมองๆwireless charger จำนวนไม่น้อย บางครั้งอาจจะสงสัยเรื่องสมรรถนะการชาร์จของเจ้าวัสดุอุปกรณ์ตัวนี้ โดยเรื่องสำคัญๆที่กลุ้มใจกันก็คงหนีไม่พ้นปริมาณการชาร์จ ว่าถ้าหากแทงทิ้งไว้ จะใช้เวลาสำหรับเพื่อการชาร์จนานไหม วันนี้เราจะลองหาคำตอบให้แจ่มชัดกัน

ขั้นตอนแรก จะต้องขอชี้แจงแนวทางการทำงานของ wireless charger ก่อนว่า เจ้าเครื่องนี้จะมีระบบการนำไฟเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่แตกต่างจากสายชาร์จทั่วๆไป โดยหากเป็นสายชาร์จธรรมดา จะนำกระแสไฟจากเต้ารับไปสู่เครื่องไม้เครื่องมือโดยตรง แต่ว่าถ้าหากเป็น ที่ชาร์จไร้สาย เนื่องด้วยมันไม่มีสายไฟที่จะนำไฟเข้ามาสู่เครื่องมือได้โดยตรง ด้วยเหตุนั้นมันจึงต้องมีองค์ประกอบ 2 ส่วน ดังเช่น ส่วนแท่นสำหรับทิ่มเข้าที่เต้ารับ ส่วนนี้จะปฏิบัติหน้าที่ดึงกระแสไฟมา แล้วแปลงให้เป็นสนามแม่เหล็กแผ่ขยายออกมารอบตัวเครื่องไม้เครื่องมือ กับอีกส่วนใดส่วนหนึ่งคือท่อนหัวที่ใช้แทงเข้ากับเครื่องไม้เครื่องมือชนิด smartphone และ tablet ส่วนนี้จะปฏิบัติหน้าที่รับคลื่นสนามแม่เหล็กเข้ามา แล้วเปลี่ยนกลับให้เป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อปล่อยไปสู่แบตเตอรี่อีกที ถ้าหากขาดเครื่องมือชิ้นใดชิ้นหนึ่งไป จะก่อให้การชาร์จไม่สามารถทำเป็น

เนื่องมาจาก ที่ชาร์จ wireless มีหลักการทำงานดังนี้ ทำให้การชาร์จทำเป็นน้อยกว่าสายชาร์จทั่วๆไปอยู่พอควร หากเปรียบเทียบกันแล้ว สายชาร์จปกติจะสามารถชาร์จไฟได้ 100% ในเวลาที่ wireless charger จะชาร์จไฟได้ราวๆ 70% ต่อนาที ฯลฯ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในกรรมวิธีเปลี่ยนแปลงกระแสไฟเป็นสนามไฟฟ้า แล้วก็การเปลี่ยนสนามไฟฟ้ากลับกลายกระแสไฟฟ้า จะมีการสูญเสียค่าพลังงานไฟฟ้าไปส่วนหนึ่งส่วนใด โดยในกระบวนการแปลงกระแสไฟให้เป็นสนามแม่เหล็ก จะเกิดการสูญเสียพลังงานไป 15% แล้วก็ในขั้นตอนการเปลี่ยนสนามไฟฟ้ากลายเป็นกำลังไฟฟ้า จะมีการสูญเสียกำลังไฟฟ้าไปอีก 15% เมื่อเป็นแบบนี้ ก็เลยทำให้การชาร์จแบตเตอรี่ด้วย wireless charger ช้ากว่าธรรมดา ถ้าเราชาร์จด้วยสายชาร์จแล้วได้แบต 4% ใน 1 นาที เมื่อเปลี่ยนแปลงมาชาร์จด้วย wireless charger ก็บางครั้งก็อาจจะได้แค่ 2% ต่อ 1 นาที เช่นนี้เป็นต้น

Wireless charger ก็เลยเป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่เหมาะสำหรับการชาร์จแบบหน่วงเวลา หรือการวางชาร์จเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆมากยิ่งกว่าจะย้ำชาร์จโดยต้องการให้แบตเตอรี่เพิ่มในเวลาอันเร็วทันใจ และไม่เหมาะกับการชาร์จแบบเล่นโทรศัพท์ไปด้วย เพราะว่านอกเหนือจากแบตจะไม่ค่อยขึ้นตามที่ต้องการแล้ว ปริมาณแบตเตอรี่บางทีอาจจะน้อยลงกว่าเดิมก็ได้ แม้กระนั้นเนื่องจากว่า wireless charger ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องความยาวสายไฟ แถมยังชาร์จในระยะที่ไกลกว่าธรรมดาได้ ทำให้เหมาะสำหรับการชาร์จในสถานที่ที่ไม่สะดวกต่อการแทงสายชาร์จปกติ เน้นการชาร์จเพื่อขยายเวลาใช้งาน มิได้ชาร์จแบบอยากปริมาณแบตเตอรี่เพิ่ม เป็นต้นว่า ในเรื่องที่มีแบตเตอรี่เหลือสัก 30% และอยากประคับประคอง smartphone ใหใช้งานถัดไปได้อีกสักระยะ กรณีนี้เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับในการใช้งาน wireless charger แต่ว่าถ้าหากเป็นในเรื่องที่แบตเตอรี่เหลือเพียง 5% 6% ต้องการจำนวนแบตเตอรี่เพิ่มอย่างเร่งด่วน กรณีอย่างนี้จะไม่เหมาะสำหรับในการใช้งาน wireless charger สักมากแค่ไหน เนื่องจากจะขึ้นช้ามากมาย ทางเดียวที่จะทำให้แบตขึ้นได้ก็คือ จะต้องดับเครื่องชาร์จสิ่งเดียว ซึ่งก็ทำให้ใช้งานได้ไม่สบายอีก

ข้อบกพร่องอีกอย่างหนึ่งของ wireless charger นอกเหนือจากการชาร์จที่ทำได้ช้ากว่าธรรมดา นั่นก็คือ ราคา ในขณะนี้ wireless charger ที่มีอยู่บนตลาดนั้นแพงค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับจำนวนการชาร์จที่ได้ก็ดูแล้วจะไม่ค่อยคุ้มเยอะแค่ไหน มีดีเพียงแต่ไม่มีสายไฟมาเป็นปัญหาต่อการใช้งานเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุนั้นก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อ wireless charger สักตัวมาใช้งาน โปรดสำรวจตนเองดูกรว่าจะใช้มันได้คุ้มค่าหรือเปล่า หรือมีความจำเป็นที่จะจำเป็นต้องชารจในที่ๆไม่เหมาะสมกับการแทงปลั๊กไฟอยู่เสมอๆหรือเปล่า ถ้าเกิดว่าไม่มี หรือไม่ค่อยได้ชาร์จในสถานที่อย่างงั้นสักมากแค่ไหน ก็ขอแนะนำให้ซื้อเพียงแค่รุ่นที่ราคาแพงไม่แพงมากมายก็พอเพียง ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อรุ่นท็อปที่ราคาสูงมากๆเพราะเหตุว่าจะก่อให้ใช้งานได้ไม่คุ้ม ส่วนถ้าเกิดคนไหนกันแน่ที่กำลังมีความคิดว่าจะซื้อมาใช้เป็นที่ชาร์จหลักแทนสายชาร์จปกติ ขอชี้แนะว่าให้ซื้อรุ่นสูงๆไปเลย มีประสิทธิภาพสำหรับการใช้งานดีกว่าแน่ๆ

ที่มา บทความ wireless charger:  https://www.dotlife.store/

7
เมื่อเอ่ยถึงเทคโนโลยีการถ่ายภาพในขณะนี้นั้น โดรน คือเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อการถ่ายรูปทางอากาศ ช่วยทำให้ตากล้องและก็นักค้นคว้าคนจำนวนไม่น้อยสามารถถ่ายภาพทางอากาศด้วยตัวเองได้อย่างสะดวกขึ้น ไม่ต้อทำเรืองขอภาพที่เอามาจากดาวเทียมราวกับอย่างในสมัยก่อน

โดรน คือวัสดุอุปกรณ์ถ่ายภาพประเภทหนึ่งที่มีความพิเศษคือ สามารถสั่งบิน และก็บังคับให้เขยื้อนทางอากาศได้ ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการถ่ายรูปทางอากาศ หรือถ่ายรูปในพื้นที่สูงๆที่มนุษย์ไม่อาจจะขึ้นไปได้ ได้แก่ถ่ายภาพบนหลังคาตึก เจดีย์ อาคารสูงต่างๆซึ่งในตอนนี้ โดรนแปลงเป็นอุปกรณ์ที่มีการผลิตออกมาหลายรุ่นอีกทั้งในราคาสูงรวมทั้งราคาไม่แพง คนทั่วๆไปสามารถหาซื้อมาใช้กันได้แบบไม่ยากเย็นเท่าใดนัก แม้กระนั้นเนื่องจากว่ามันมีหลายรุ่นนี้เอง ทำให้นักเล่นกล้องมือใหม่คนจำนวนไม่น้อยอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความข้องใจว่า ถ้าว่าเราอยากจะซื้อมาเล่นสักรุ่น ควรเลือกโดรนแบบไหนดีก็เลยจะใช้งานได้อย่างมีคุณภาพ วันนี้พวกเราจะมาเปรียบเทียบโดรนทั้งยัง 2 รุ่นนี้กัน

เริ่มจากโดรนติดกล้องราคาถูก โดรนรุ่นนี้จะเป็นวัสดุอุปกรณ์สถานที่สำหรับทำงานได้ไม่มากมาย ส่วนใหญ่จะใช้ได้แค่บิน มีกล้องติดอยู่ในตัวแล้ว ไม่สามารถนำกล้องถ่ายรูปของพวกเราเองติดไปด้วยได้ การถ่ายภาพทำเป็นเพียงแต่ภาพนิ่งแบบง่ายๆไม่มีการเล่นมุม เล่นมิติของภาพมากมาย ไม่สามารถถ่ายในเคล็ดวิธียากๆซับซ้อนมากๆได้ เหมาะสำหรับการซื้อมาทดลองถ่ายรูปเล่นๆหรือใช้เป็นdrone cameraฝึกหัดก่อนที่จะไปใช้โดรนรุ่นสูงๆมีวิธีการยากๆต่อไป

ราคาของโดรนชนิดนี้จะเริ่มอยู่ที่ 1,000 บาท ไปจนกระทั่ง 3,000 บาท ข้อดีของนั่นก็คือ เนื่องจากว่ามีราคาถูก ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลระหว่างการใช้งานเลยว่าจะกระทำตัวโดรนเสียหาย ซึ่งเปรียบเสมือนการทำลายเงินจำนวนมากไปด้วย โดยเหตุนี้ก็เลยสามารถฝึกซ้อมการใช้งานได้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ต้องกลัวว่าโดรนจะไปตกใส่อะไรจนกระทั่งทำให้พัง และด้วยความที่ไม่มีระบบการทำงานสลับซับซ้อน ทำให้เหมาะมากสำหรับคนที่เริ่มหัดเล่นใหม่ๆยังถ่ายรูปด้วยอุปกรณ์จำพวกนี้ไม่คล่องแคล่ว แต่ว่าข้อผิดพลาดของโดรนรุ่นนี้ก็คือ ไม่อาจจะถ่ายภาพด้วยแนวทางสลับซับซ้อนมากๆได้ อย่างยิ่งสุดก็ใช้ถ่ายได้เพียงแค่ภาพนิ่ง แบบที่เราถ่ายจากโทรศัพท์หรือกล้องถ่ายรูปทั่วๆไป เพียงแต่ถ่ายจากกลางอากาศลงมาเพียงแค่นั้น ยิ่งไปกว่านี้ ประสิทธิภาพของรูปถ่ายในโดรนราคาไม่แพงๆจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก แม้นำไปขยายเป็นภาพใหญ่ๆจะมีการแตกทำให้มองเห็นเนื้อหาในภาพได้ไม่ชัด ข้อบกพร่องอีกประการหนึ่งของโดรนราคาไม่แพงๆก็คือ มีอายุการใช้แรงงานค่อนข้างจะสั้น บางคนที่ซื้อโดรนรุ่นนี้ไปใช้ ใช้ได้ไม่กี่เดือนก็พังแล้ว

ต่อมาคือโดรนราคาสูง โดรนรุ่นนี้จะแพงจัดจำหน่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป จนกระทั่งรุ่นที่ราคาแพงหลักหลายหมื่น ยิ่งโดรนที่ใช้งานได้ซับซ้อนมากๆมีเทคโนโลยีสูงๆด้วยแล้ว ราคาบางครั้งอาจจะพุ่งสูงไปถึงเรือนแสนได้อย่างยิ่งจริงๆ ข้อดีของโดรนรุ่นนี้คือ มีลักษณะการใช้งานที่ทำได้นานัปการกว่าโดรนราคาถูกๆสามารถถ่ายรูปแบบมีมิติ ภาพเชิงซ้อน ภาพตัดขวางได้ ภาพที่ได้จากโดรนชนิดนี้ก็เลยสามารถใช้งานได้นานัปการกว่า ทั้งประสิทธิภาพของรูปที่ได้ก็นับว่าสูงระดับ HD เห็นเนื้อหาต่างๆภายในภาพได้อย่างแจ่มแจ้ง จะขยายให้ใหญ่ หรือจะบีบอัดก็ได้ ยิ่งกว่านั้น โดรนราคาสูง ยังเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่เราสามารถนำกล้องของพวกเราเองขึ้นแขวน แล้วบังคับโดรนให้ใช้กล้องถ่ายรูปของพวกเราถ่ายได้ ก็เลยยิ่งทำให้วัสดุอุปกรณ์รุ่นนี้สามารถใช้งานได้ตามสั่งยิ่งกว่า ไม่มีข้อจำกัดใดๆมากีดกั้นการถ่ายภาพของเราได้ เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากได้ภาพถ่ายไปใช้ทำงานศึกษาค้นคว้าที่ต้องการเนื้อหามากมายๆต้องถ่ายรูปด้วยแนวทางเฉพาะ เช่นการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับธรณีวิทยา ฯลฯ แต่จุดอ่อนของโดรนราคาสูงนี้ก็คือ ใช้งานได้ยาก ผู้ใช้จะต้องมีความรู้เรื่องตัวเครื่องมือในระดับหนึ่ง แม้ไม่เคยใช้โดรนมาก่อนแล้วหลังจากนั้นก็มาจับโดรนรุ่นนี้เลย อาจจะทำให้กำเนิดปัญหาบังคับไม่ได้ตามอยาก ไม่อาจจะถ่ายภาพได้ ยิ่งไปกว่านั้นบางทีอาจเผลอทำโดรนตก หรือบังคับผิดแนวทางจนกระทั่งทำให้โดรนชนสิ่งกีดขวาง ได้รับความย่ำแย่ ซึ่งตามที่กล่าวไปว่าโดรนประเภทนี้ราคาแพงค่อนข้างจะแพง หากบังคับแล้วทำมันเสียหาย ก็พอๆกับว่าพวกเราได้ทำลายเงินมากมายไปด้วย

จากรายละเอียดทั้งหมดที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าโดรนราคาถูกและก็ราคาแพง ต่างก็มีข้อดีแล้วก็จุดอ่อนที่นานับประการ การจะชี้วัดว่าโดรนประเภทใดดีมากยิ่งกว่ากัน ก็เลยจำเป็นต้องอาศัยความอยากได้สำหรับเพื่อการใช้งาน รวมทั้งฝีมือของผู้ใช้เป็นหลัก หากว่าเพศผู้ใช้อยู่ในระดับฝึกหัด โดรนราคาถูกจะตอบสนองความต้องมือได้มากกว่า เนื่องจากว่าไม่มีรูปแบบการนำไปใช้งานที่ยุ่งยากซับซ้อน และไม่จำต้องตื่นตระหนกเรื่องค่าของโดรนหากว่าบังคับแล้วเกิดอุบัติเหตุด้วย แต่หากผู้ใช้งานเป็นระดับมืออาชีพ แล้วก็อยากได้โดรนไปไว้สำหรับถ่ายภาพยากๆแนวทางจำนวนมากโดรนราคาสูงจะตอบโจทย์ความต้องการได้ดีมากยิ่งกว่า

แม้กระนั้นไม่ว่าจะเป็นโดรนรุ่นใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานทุกคนจำต้องให้ความเอาใจใส่คือการลงทะเบียนตามกฎหมาย ใครกันแน่ที่คิดจะใช้โดรน ขอให้ติดต่อแล้วปฏิบัติตามแนวทางการตามกฎหมายให้ถูกก่อน อย่านำโดรนบินขึ้นโดยพลการ เพราะเหตุว่าอาจกำเนิดปัญหาขึ้นได้

ที่มา บทความโดรน:  https://www.dotlife.store/

8
Macbook คือคอมพิวเตอร์แบบนำพาที่ได้มีการผลิตรวมทั้งจำหน่ายโดยบริษัท Apple แล้วก็เป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่มีผู้ใช้มากที่สุดของโลกรองจาก Notebook ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพา ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows
ตัวเครื่อง Macbook ได้รับการออกแบบมาให้มีความทนทานต่ออันตรายต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็น การชน โดยใน Macbook 1 เครื่อง สามารถ ทนต่อการชนต่างๆได้ดี แม้กระนั้นถึง Macbook จะสามารถทนต่ออันตรายต่างๆได้ก็ตาม สิ่งที่ไม่อาจหลบหลีกได้เมื่อ Macbook เจอกับอันตรายก็คือติเตียน แล้วก็รอยขีดข่วนต่างๆที่หากแม้มันจะไม่ได้ทำให้ Macbook เกิดอันตรายจนกระทั่งขั้นใช้งานไม่ได้ แต่รอยขีดข่วนกลุ่มนี้จะเป็นตำหนิทำให้ Macbook ดูเลอะเทอะเป็นระเบียบเรียบร้อยเหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆทั้งในอนาคตถ้าหากเราจะขาย Macbook ไป รอยขีดข่วนและตำหนิเหล่านี้จะมีผลให้ราคาตกลง ด้วยประการฉะนี้ ถึงแม้ว่าตัว Macbook จะมีความทนทานมาก แต่พวกเราก็จำเป็นต้องมีเครื่องคุ้มครองป้องกันเครื่องมือนี้เพิ่มเติม แล้วก็เครื่องคุ้มครองป้องกันที่พวกเราสามารถหาได้ง่ายที่สุด คงหนีไม่พ้นกระเป๋า Macbook

กระเป๋า Macbook เป็นเครื่องคุ้มครองป้องกัน Macbook ที่สามารถหาได้ง่าย โดยพวกเราจะได้รับกระเป๋านี้มาตั้งแต่หนแรกซื้อ Macbook หรือถ้าหากผู้ใดมีความเห็นว่ากระเป๋าที่แถมมานั้นไม่อาจจะป้องกัน Macbook ได้ดี สักเท่าไหร่ จะหาซื้อใหม่ก็ทำเป็นง่าย เพราะเหตุว่าในปัจจุบันมีร้านมากที่ผลิตกระเป๋าแล้วนำออกขายบนตลาด สามารถหาซื้อได้ทั้งยังในราคาถูกแล้วก็ราคาสูง

คุณลักษณะเด่นของกระเป๋าใส่ Macbook อยู่ที่สามารถป้องกันตัว Macbook จากอันตรายต่างๆได้มากมายดังนี้
1. รอยขูดขีดต่างๆ ในยามที่เราจะต้องพกพา Macbook ไปไหนมาไหน ย่อมมีแนวโน้มเสี่ยงสูงที่ Macbook จะไปกระทบกับสิ่งใดเข้าจนกระทั่งนำไปสู่รอย แม้กระทั้งการเอาวางบนพื้น ก็ได้โอกาสที่จะเกิดรอยได้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งกระเป๋า Macbook จะช่วยคุ้มครองป้องกันอันตรายส่วนนี้เจริญ ถ้าพวกเรานำ Macbook ใส่กระเป๋านี้แล้วหิ้วไปดังที่ต่างๆแม้ว่าจะเผลอชนกับสิ่งกีดขวาง หรือวางลงบนพื้นที่เต็มไปเศษสิ่งของอันทำให้เกิดรอยขีดข่วน แม้กระนั้นกระเป๋าแมคบุ๊ค ก็จะเป็นตัวคุ้มครองปกป้อง Macbook โดยรับการขีดข่วนนั้นก่อน ทำให้กระเป๋าจะชำรุดทรุดโทรม แต่ Macbook ก็จะไม่มีรอยอะไรก็ตามปรากฏขึ้น การนำ Macbook ใส่กระเป๋า จึงช่วยลดช่องทางที่จะกำเนิดรอยขีดข่วนต่างๆได้เป็นอย่างดี
2. ละอองน้ำและความชื้นต่างๆไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่าเมื่อพวกเราพก Macbook ไปใช้งานนอกสถานที่ ย่อมมีโอกาสที่ Macbook จะต้องถูกน้ำที่กระเซ็นมา หรือถูกความชื้นกลางอากาศ แม้สิ่งเหล่านี้จะไม่ทำร้าย Macbook ในทันที แต่ว่ามันก็จะทำให้ส่วนประกอบบางชิ้นมีการย่อยสลาย ขึ้นสนิม นอกนั้นความชุ่มชื้นและก็ละอองน้ำยังเป็นตัวแนวทางการทำให้ Macbook กำเนิดคราบสกปรกได้ด้วย แต่ถ้าหากพวกเรานำ Macbook ใส่กระเป๋าก่อนพกออกจากบ้าน เมื่อจำเป็นต้องเจอกับละอองน้ำและก็ความชุ่มชื้น กระเป๋า Macbook จะเป็นด่านที่รับเอาอันตรายนั้นไว้ก่อน ทำให้ Macbook ไม่ต้องสัมผัสน้ำและก็ความชุ่มชื้นอะไรก็แล้วแต่ดูไม่เป็นอันตรายอยู่เป็นประจำ ดังนี้ ผู้ใช้ควรนำเม็ดดูดความชุ่มชื้นใส่เอาไว้ข้างในกระเป๋า Macbook ด้วย เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับคุ้มครองปกป้องความชื้นมาสัมผัสกับ Macbook อีกขั้นหนึ่ง และควรจะระวังอย่าให้กระเป๋า Macbook ถูกน้ำจนถึงเปียกชุ่ม ด้วยเหตุว่าจะก่อให้น้ำซึมไปสู่กระเป๋าจนกระทั่ง Macbook เปียกชื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระเป๋าที่มีค่า Water Resistant ต่ำ
3. ฝุ่นต่างๆ เนื่องมาจากในช่วงปัจจุบัน ประเทศไทยเราเต็มไปด้วยฝุ่น การพก Macbook ออกไปด้านนอกโดยมีการคุ้มครองปกป้อง ย่อมทำให้ฝุ่นกับผิว Macbook ข้างนอก ช่องที่มีไว้ระบายอากาศ แล้วก็ port ต่างๆถ้าหาก Macbook ถูกฝุ่นจับจะทำความสะอาดได้ยาก รวมทั้งถ้าหากปล่อยให้ฝุ่นละอองเกิดการสะสม ย่อมทำให้ Macbook ระบายความร้อนได้ไม่ดี แก่การใช้งานสั้นลง โดยกระเป๋า Macbook จะสามารถป้องกันฝุ่นละอองได้ 100% หากนำ Macbook ใส่เอาไว้ข้างในกระเป๋าอย่างมิดชิด ฝุ่นละอองจะไม่อาจจะเข้าไปจับในเครื่องได้อย่างแน่แท้ ช่วยทำให้ Macbook ดูสะอาดแล้วก็ใหม่อยู่เสมอ
4. แรงชนอันเกิดจากการตก หรือชนกับเครื่องกีดขวาง เนื่องมาจากกระเป๋า Macbook เป็นกระเป๋าที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถรับแรงกระแทก และก็ลดแรงชนที่ทำต่อ Macbook ถ้าหากเรานำ Macbook ใส่กระเป๋าก่อนที่จะเผลอทำตกโดยคาดไม่ถึง Macbook จะได้รับแรงชนน้อยมาก ทำให้ Macbook ไม่ได้รับอันตรายจากการตก ตรงกันข้าม ถ้าหากพวกเราทำ Macbook ที่มิได้ห่อหุ้มสิ่งใดตกพื้น แรงกระแทกจากการตกจะมีผลกับตัว Macbook โดยตรง จนถึงนำมาซึ่งรอย หรือส่วนประกอบอะไรบางอย่างได้รับความย่ำแย่ได้

กระเป๋า Macbook สามารถคุ้มครองปกป้องอันตรายท้ง 4 ข้อนี้ให้กับคอมพิวเตอร์ Macbook แสนรักของพวกเราได้ อย่างไรก็ตาม ประโยช์จากกระเป๋า Macbook มิได้อยู่ที่การป้องกันอันตรายเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พวกเราสามารถพกพา Macbook ไปยังที่ต่างๆได้สบาย สามารถหิ้วได้ด้วยมือเพียงแต่ด้านเดียว แถมในกระเป๋า Macbook ยังมีช่องเก็บของที่ช่วยทำให้เราใส่เครื่องมือเสริมสำหรับ Macbook ไปได้อีก กล่าวได้ว่าช่วยทั้งยังคุ้มครองป้องกันอันตราย แล้วก็อำนวยความสะดวกได้อย่างครบครนจริงๆ

ทั้งนี้ สำหรับการเลือกซื้อ กระเป๋า Macbook สักใบ พวกเราควรมีความละเอียดรอบคอบในการเลือกซื้อสักนิดสักหน่อย เพราะกระเป๋าแต่ละรุ่นนั้นมีคุณภาพที่แตกต่างกัน กระเป๋าบางใบสามารถรับแรงชนก้าวหน้า ทนน้ำเจริญ แม้กระนั้นกรเป๋าบางใบก็มีคุณภาพไม่ดี ไม่อาจจะป้องกันอะไรได้ แถมประสิทธิภาพการตัดเย็บก็ไม่ดี มีสิทธิรั่วเมื่อใช้งานไปนานๆเพราะฉะนั้นเราก็เลยควรจะมีความละเอียดถี่ถ้วนสำหรับการเลือกซื้อมากมายๆเพื่อให้ได้กระเป๋า Macbook ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

Website: บทความกระเป๋า macbook:  https://www.dotlife.store/

9
สายสัญญาณเสียง เป็นเครื่องใช้ไม้สอยสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงกับเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้

ปัจจุบันนี้ พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านค้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมทั้งเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น หลายยี่ห้อให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนท้องตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของผลิตภัณฑ์มีความต่างกันด้วย หากพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีไป แม้กระนั้นถ้าหากเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียงที่ไม่ได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเผชิญกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว ทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นสินค้าที่ไม่อาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาถูกหรือผลิตภัณฑ์ราคาแพง ต่างก็มีทั้งยังคุณภาพดี คุณภาพต่ำ และก็ปัญหาในตนเองปะปนไป ด้วยเหตุผลดังกล่าว พวกเราก็เลยจะต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับสำรวจประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป

การตรวจตราประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 แนวทางดังต่อไปนี้
1. พิจารณาความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่เราสามารถด้วยตัวเองได้ รวมทั้งควรเช็คเป็นอย่างแรก เพราะว่าสาย audio cable ในขณะนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแล้วก็ความอ่อนไม่เท่ากัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่มีราคาถูกมักจะมีสายออกจะแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาสูงๆชอบมีสายอ่อน ข้อเสนอแนะคือ ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินความจำเป็น เพราะเหตุว่าจะไม่สามารถพับสายได้ ถ้าหากพับ ม้วนเก็บสายย่อมสร้างปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน เพราะว่ายิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อนำไปใช้งานบ่อยๆย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้ไม่ยากสายสัญญาณเสียงที่ยอดเยี่ยม ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอเพียงจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกให้ขาด แม้พวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. วิเคราะห์อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับทำหัวสายว่าเป็นอย่างไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาขายในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆสำหรับในการทำหัวสาย ดังเช่น ทองเหลือง แล้วก็อลูมินัม ขอชี้แนะว่าควรจะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองบรอนซ์จะดีกว่า เพราะเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีกว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยพบปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะเสียบสายไม่แน่นก็ตาม ในขณะอลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก แม้แทงไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ ยิ่งไปกว่านี้ ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนถาวรสูง แก่การใช้งานนาน ไม่ค่อยเจอปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดรอย ตอนที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจะต้องใช้งานอย่างรอบคอบ หากไม่บำรุง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ
3. วิเคราะห์การยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นอย่างไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือเปล่า โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับอารมณ์เสียบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพแย่มักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ และก็หากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถซ่อมแซมได้ จำต้องทิ้งสิ่งเดียว ด้วยเหตุนั้นในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราจึงจำต้องสำรวจจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. ตรวจสอบความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวแค่ไหน โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เพราะว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมสำหรับในการเสียบเข้ากับเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆได้โดยไม่มีการคลอนหรือหละหลวม ทั้งยังเสียบได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา แม้เป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเหลือเกิน จะไม่อาจจะแทงกับเครื่องไม้เครื่องมือได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นพักๆจำต้องคอยพยุงไว้ ส่วนหากโลหะที่หัวแทงมีความยาวมากเกินความจำเป็น เมื่อเสียบกับเครื่องมือจะก่อให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา ถ้าหากเผลอไปชนเข้าอาจจะก่อให้สายเกิดการหักได้
5. วิเคราะห์ความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเพียงใด ข้อนี้แม้จะมิได้ส่งผลต่อคุณภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ว่าก็สำคัญ เนื่องจากว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้แรงงาน จะช่วยให้สามารถต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินกระทั่งมีความเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเหลือเกินจนกระทั่งกำเนิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่สมควรของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราว่าเป็นยังไง ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงวัสดุอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วไป ควรจะมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนหากเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จะต้องลากสายยาวๆก็ควรจะมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. สำรวจแบรนด์ของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็จัดว่ามีความหมายไม่แพ้กันสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ผลิตขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก เลี่ยงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์แปลกๆหรือสินค้าโนเนม เนื่องจากว่ามักจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ มีโอกาสทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย

วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพถือเป็นเรื่องที่เราจำต้องให้ความใส่ใจ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
เครดิตบทความ บทความสายสัญญาณเสียง:  https://www.dotlife.store

10
เมื่อกล่าวถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ฮิตสูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลกแล้ว เชื่อว่า iphone น่าจะเป็นมือถือที่ติดโผด้วยอย่างแน่แท้

Iphone เป็น Smartphone ที่มีระบบปฏิบัติหน้าที่คือ ios ตัวเครื่องถูกดีไซน์มาให้สามารถคงทนถาวรต่อสิ่งต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นความชื้น การกระทุ้ง การตก และอื่นๆ อีก แต่ถึงจะบอกกล่าวว่า iphone ได้รับการดีไซน์มาเพื่อรองรับอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ในความจริง เมื่อเรานำไอโฟน ไปชนกับข้าวของอื่น หรือทำตก ย่อมต้องปรากฏริ้วรอย รอยการชำรุดบังเกิดให้เห็นบนตัวของมัน ยิ่งถ้าหน้าจอถูกชน ก็จะเกิดการแตกได้อย่างเดียวกัน ถึงแม้การพังดังกล่าวจะไม่ทำเอา iphone ดับดิ้นสิ้นชีวา แต่ก็เป็นเหตุให้มีตำหนิอันไม่พึงปรารถนาปรากฏขึ้น และความกระทบกระเทือนจะมีไปถึงตอนที่เราต้องการจะเอาไอโฟน เครื่องนั้นจำหน่ายทอดตลาด มูลค่าของเครื่องจะต้องตกลงอย่างแน่แท้ เพราะเช่นนั้นเพื่อไม่ให้ปรากฏริ้วรอยดังกล่าวขึ้น จึงมีผู้ผลิตหลายรายที่คิดเคส iphone ขึ้นมา สำหรับใส่ลงบนตัวเครื่องอีกที เพื่อที่เวลาเครื่อง iphone ไปกระแทกกับวัตถุใดๆ ส่วนที่ได้รับแรงกระแทกเต็มๆ จะเป็นตัวเคสก่อน ริ้วรอยที่ควรจะปรากฏขึ้นบนตัวเครื่องก็จะมาบังเกิดบนเคสแทน ทำให้เครื่องไม่ได้รับพิษภัย

เคส iphone ดังที่บอกไปว่ามีหน้าที่หลักๆ คือการป้องกัน iphone จากแรงกระทุ้งที่บังเกิดจากการชน หรือทำตก แต่ทราบหรือไม่ว่า นอกจากเคส iphone จะป้องกันการชนได้แล้ว มันยังสามารถคุ้มกันผลร้ายอื่นๆ ที่อาจบังเกิดกับตัว iphone ได้อีก เช่น รอยนิ้วมือ รอยขีดข่วนแบบไม่ได้ตั้งใจ และความชุ่มชื้น ดังที่เราจะพรรณนาไปทีละอย่าง ดังนี้

เริ่มจากรอยนิ้วมือ ผู้ใช้ iphone จำนวนไม่น้อยคงจะอารมณ์เสียกับคราบมัน หรือรอยนิ้วมือที่มักไปปรากฏบนตัวเครื่อง iphone หลังจากหยิบใช้งานงานแต่ละครั้ง ส่งผลให้ต้องคอยถูทำให้หมดจดอยู่บ่อยๆ อีกทั้งยังทำเอาเครื่องดูทรุดโทรมเร็วด้วย แต่ถ้าใส่เคส iphone ตัวเคสจะหุ้มห่อเครื่องไว้อย่างเด็ดเดี่ยว ทำเอาเมื่อเวลาเกาะ ถือ รอยนิ้วมือและหยาดเหงื่อบนมือจะไม่ไปแตะกับเครื่อง ส่งผลให้ iphone สะอาดเอี่ยมอยู่เสมอ และดูไม่คร่ำคร่า นอกจากนี้ การใส่เคสให้ iphone ยังทำเอาเราสามารถไว้เครื่องลงบนบริเวณต่างๆ ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีสิ่งปฏิกูลมาติด หรือเข้าไปในช่องต่างๆ ของไอโฟน เพราะมันจะเข้าติดเคสก่อน การใส่เคสให้ iphone จึงช่วยเหลือปกป้องทั้งรอยนิ้วมือ และสิ่งโสโครกต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์

การป้องกันประการถัดมาที่เคสไอโฟน[/b]]เคสไอโฟน จะช่วยเหลือเซฟเครื่องได้ ก็คือ รอยขีดข่วนต่างๆ ซึ่งรูปแบบการใช้งานของคนในปัจจุบันนั้น มีผลให้เกิดรอยขีดข่วนที่เครื่องได้ง่าย กระทั่งในการเก็บ iphone ไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ ก็ยังสามารถทำให้เครื่องไอโฟน เกิดรอยขีดข่วนได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าเราใส่เคส iphone การขีดข่วนต่างๆ จะต้องไปสัมผผัสกับเคสก่อน เป็นเหตุให้แม้ว่าเคสจะพัง แต่ตัวไอโฟนจะยังคงสภาพดีอยู่เสมอ นอกจากนี้ ในเคสไอโฟนบางรุ่น ยังมีแผ่นสำหรับปิดจอด้วย ซึ่งสามารถช่วยคุ้มกันไม่ให้บังเกิดการแตะต้องโดยไม่ได้ตั้งใจเวลาใส่ในกระเป๋ากางเกง ไม่อุบัติการเข้าเมนูต่างๆ หรือโทรออกโดยไม่ได้ตั้งใจ

การปกป้องอย่างสุดท้ายของiphone case ที่มันจะกระทำต่อมือถือ ก็คือ ความชุ่มชื้น ดังที่พูดไปในข้างต้นว่าตัว iphone สามารถกันน้ำได้ แต่อย่าลืมว่าในการแตะต้องกับความชุ่มชื้น แม้จะไม่ทำเอาไอโฟนพัง แต่มันก็อาจจะทำปฏิกิริยากับไอโฟน จนทำเอาบังเกิดขี้เกลือ หรือสนิมขึ้นบนตัว iphone กลายเป็นตำหนิที่ไม่น่าดู โดยเคส iphone จะสามารถคุ้มกันความชื้นส่วนนี้ได้ แต่การปกป้องความชุ่มชื้นของเคสไอโฟน นั้น จะมีลักษณะเป็นเพียง water resistant สามารถคุ้มครองได้เฉพาะละอองน้ำ และความชื้นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ถ้าอุบัติเอา iphone ไปตากฝน หรือเอาไปจุ่มน้ำ เคสไอโฟน จะไม่สามารถป้องกันในส่วนนี้ได้

เคส iphone ในสมัยปัจจุบันผลิตออกมาจากหลายวัตถุ หลายรูปแบบ เคส iphone บางรุ่น ไม่ได้เป็นเพียงแต่เครื่องป้องกันมือถือ ไอโฟน จากผลร้ายต่างๆ เท่านั้น หากแต่ยังสามารถเป็นเครื่องตกแต่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ดูมีอะไรมากขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในเคส iphone บางรุ่น ก็ผลิตขึ้นมาจากอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม เช่น พลาสติกทึบ เมื่อเอาไปใส่จะเป็นอุปสรรคต่อการระบายความร้อนของไอโฟน จนบางครั้งเอาไปถือที เหมือนถือลูกประคบที่เพิ่งขึ้นจากเตาเอาไว้ในมือเลยทีเดียว เคสที่มีลักษณะดังกล่าวนั้นไม่ควรนำมาใช้สอยใส่ ไอโฟน เพราะจะทำเอา iphone ระบายความร้อนได้ไม่ดี และอาจส่งผลลัพธ์ต่อระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบแบตเตอรี่ได้ในอนาคต

ยิ่งไปกว่านี้ ในเคส iphone บางรุ่น ก็ดูแล้วจะงามอย่างเดียว ปกป้องอะไรไม่ได้เช่น พวกเคสพลาสติกบางๆ ตกแต่งตัวการ์ตูรสวยๆ อย่างที่เราเห็นในสมัยปัจจุบัน เคสประเภทนี้ถ้าคิดว่าจะเอามาเพื่อแต่งเติมอย่างเดียว ก็สามารถพิจารณาคัดเลือกซื้อได้ แต่ถ้าต้องการจะซื้อเพื่อปกป้องละก็ ขอให้เลือกสรรเลือกรุ่นอื่นจะดีกว่าเคส iphone จึงถือเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยคุ้มครองมือถือของเราจากพิษภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็แล้วแต่ การจะป้องกัน iphone จากพิษภัยทุกรูปแบบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเคสเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้ด้วย หากใช้งานงานไม่ระมัดระวัง ชอบทำไอโฟน ตกพื้นบ่อยๆ ก็ไม่แน่ว่าเคสจะสามารถรองพิษภัยได้ทั้งหมด ขอให้ผู้ใช้งานมีความระมัดระวังระหว่างการใช้งานงานด้วย

Website: บทความเคส iphone:  www.dotlife.store

11
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า iPad คือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งที่ผู้คนนิยมใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆทั่วโลก เนื่องจากว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าน้าจอขนาดใหญ่ ทำให้สามารถใช้เพื่องานที่เกี่ยวข้องกับด้านเอกสาร หรือเพื่องาน Social Media ได้สะดวกกว่าการใช้โทรศัพท์ smartphone ทั่วไป จนปัจจุบันนี้ หลายๆคนบางครั้งก็อาจจะเน้นย้ำใช้ Social Media บน iPad เป็นส่วนมากด้วยซ้ำ ส่วนโทรศัพท์ก็เก็บไว้ใช้โทรสิ่งเดียว เป็นต้น
แต่ว่าการใช้ iPad เพื่องานต่างๆสิ่งหนึ่งที่ต้องมีให้ได้เด็ดขาดเลยก็คือเคส iPad เพราะว่าถ้า iPad ไม่ได้มีการสวมเคสไว้เลย เวลาใช้ประโยชน์ในแต่ละสถานที่ก็ย้ำเอาไปเป็นเครื่องเปล่าๆเลย ย่อมมีโอกาสสูงที่คุณจะเผลอทำ iPad ตกพื้น จนถึงเกิดร่องรอยบนเครื่อง ถ้าหากน้อยหย่อย ก็มีแค่บาดแผลนิดๆหน่อยๆแต่ถ้าหากตกแรงๆก็มีสิทธิทำให้จอของ iPad แตกได้เลย ยิ่งหากตกแรงๆอาจส่งผลให้เกิดรอยแตกที่จะสตาร์ทเครื่องไปตลอด ซึ่งรอยแตกบนหน้าจอ iPad ขอบอกเลยว่าเป็นรอยที่ใหญ่แล้วก็น่าขนลุกมาก ถ้าหากคุณใช้มันถึงแม้ว่าหน้าจอยังแตกอยู่ รอยแตกนั้นบางทีก็อาจจะบาดนิ้วคุณ กระทั่งเกิดแผล ได้เลือดแบบที่คุณก็ไม่คาดฝันเลยก็เป็นไปได้ รอยแตกบน iPad ไม่ได้มีผลแค่กับการใช้งานแค่นั้น แต่ว่ายังส่งผลไปถึงในระหว่างที่คุณอยากจะขายทอดตลาด ราคาของ iPad บางครั้งอาจจะตกลงประเภทที่ว่าคุณเองยังเสียขวัญ โดยเหตุนี้การใส่เคสให้ iPad จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ในขณะนี้ เคส iPad ถูกผลิตขึ้นแล้วก็นำมาวางจำหน่ายบนท้องตลาดในหลายแบบอย่าง อีกทั้งเคสพลาสติกแบบแข็งๆไปจนกระทั่งเคสนิ่มๆเป็นซิลิโคนก็มี เมื่อเคสมีอยู่นานาประการแบบดังต่อไปนี้ คุณอาจจะสงสัยอยู่ว่า ถ้าหากว่าเป็นอย่างนั้นพวกเราควรจะเลือกเคสแบบไหนดีถึงจะใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีปัญหาประเด็นการแตกเสียตามมา วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก
1. ควรที่จะเลือกเคสที่มีฝาสำหรับปิดหน้าจอด้วย บางคนรู้สึกว่าเคสแบบมีฝาปิดนั้นทำให้ ipad มองไม่สวย มองโบราณ ในขณะที่เคสแบบไม่มีฝา จะก่อให้ iPad ดูทันสมัยยิ่งกว่า ถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมีความนึกคิดแบบนี้ ขอบอกเลยว่าให้รีบแปลงทัศนคติโดยด่วน ด้วยเหตุว่าเคสแบบมีฝาปิดนี่แหละ ที่จะช่วยป้องกันอันตรายให้กับ iPad ของคุณได้รอบด้าน ไม่ว่าคุณจะเผลอทำเครื่องใช้ไม้สอยตก หรือกระแทกในท่าไหน ก็มั่นใจได้ว่าจะไม่มีวันกำเนิดรอยบน iPad แสนรักของคุณได้แน่ๆ เทียบกับเคส iPadแบบไม่มีฝาปิด ถึงจะทำให้อุปกรณ์มองงาม ทันสมัยก็จริงอยู่ แม้กระนั้นก็จะต้องแลกกับการที่จะทำให้จอ iPad ของคุณ แปลงเป็นส่วนที่บอบบางเยอะที่สุด หากคุณเผลอทำ iPad ตกแบบคว่ำหน้าลง เคสแบบงี้จะไม่อาจจะคุ้มครองปกป้องสิ่งใดให้คุณได้เลย ด้วยเหตุผลดังกล่าว ถ้าเกิดอยากได้ซื้อเคสไอแพด ขอเสนอแนะว่าให้ซื้อรุ่นที่มีฝาปิดด้วยจะดียิ่งกว่า รับประกันว่าไม่มีอันตราย 100% แน่นอน

2. ควรที่จะทำการเลือกเคสที่มีความดกพอสมควร ที่ยอดเยี่ยมคือหน้าโดยประมาณ 2-4 มิลลิเมตร ด้วยความครึ้มเท่านี้จะช่วยทำให้คุณสามารถคุ้มครองการกระทบ และก็รอยขูดขีดบน iPad ได้ดีที่สุด ถ้าไม่เป็นการนำของแหลมกรีดลงไปบนเครื่องไม้เครื่องมือแบบตั้งใจ ก็เป็นไปไม่ได้ที่ความทรุดโทรมจะทะลุลงไปถึง iPad ได้ หลีกเลี่ยงพวกเคสซิลิโคนบางๆเนื่องจากเคสแบบงี้จะไม่สามารถป้องกันอันตรายให้กับ iPad ได้มากพอเพียง มีดีแค่สัมผัสแล้วรู้สึกว่านุ่มมือ ดูล้ำยุคเพียงเท่านั้น หากคุณเลือกเคสที่มีความหนามากเพียงพอ ก็มั่นอกมั่นใจได้เลยว่า iPad ของคุณจะได้รับการป้องกันเต็มกำลังอย่างแน่แท้

3. อย่าซื้อipad case รุ่นที่ทุกด้านปิดทึบไปเสียหมด ไม่มีช่องหรือรูอะไรให้อากาศผ่านได้เลย เนื่องมาจากการใช้แรงงาน iPad แต่ละครั้ง จะกำเนิดความร้อนขึ้นในตัวเครื่องไม้เครื่องมือ ถ้าเคสของคุณเป็นพลาสติกแข็งที่ปิดทึบหมดทุกด้าน เว้นรูไว้แค่ตรงลำโพงรวมทั้งช่องเสียบต่างๆเพียงแค่นั้น ความร้อนก็จะสะสมอยู่ใน iPad จนกระทั่งคุณรู้สึกได้เลยว่าอุปกรณ์ของคุณร้อนราวกับไฟ เมื่อเป็นแบบนี้ ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบให้กับ iPad หลายประการ อย่างเช่น ทำให้แบตเตอรี่ใน iPad เสื่อมอายุการใช้งาน ทำให้เครื่องมือบางสิ่งบน iPad ได้รับความเสียหาย เป็นต้น ด้วยเหตุนั้นสำหรับในการเลือกซื้อเคส คุณควรจะเลือกเคสที่มีช่องระบายอากาศสักนิดสักหน่อย จะได้เป็นการถนอม iPad ยืดอายุการใช้แรงงานให้ยาวนานมากขึ้นไปอีก

4. ไม่ควรซื้อเคส iPad ที่หนาเหลือเกิน เคส iPad อย่างหนา ฟังดูแล้วเหมือนจะใช้ดี คุ้มครองอันตรายให้ iPad ได้ แต่ว่าอันที่จริงแล้ว มันเป็นตัวการที่สร้างอุปสรรคให้กับการใช้งาน iPad ของคุณได้หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้น้ำหนัก iPad เพิ่มขึ้นจนถึงนำพาไปไหนมาไหนตรากตรำ หรือเพิ่มความลำบากตรากตรำสำหรับการต่ออุปกรณ์เสริมต่างๆอย่างเช่น หูฟัง สายชาร์จ ทำให้หัวต่อของเครื่องไม้เครื่องมือกลุ่มนี้ถูกต่อเข้าไปได้ไม่เต็มที่เนื่องจากติดเคส สุดดด้านหลังก็ไม่อาจจะใช้งานได้เลย จะต้องถอดเคสแล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยต่อกันอย่างเดียว เคสที่มีความดกพอดี ดังที่กล่าวไปแล้วว่าควรอยู่ที่ 2-4 มม. ขอให้เลือกตามขนาดนี้ดีกว่า

การเลือกเคส ipad มองดูเผินๆบางทีอาจจะเห็นว่าไม่มีความจำเป็น แต่ว่าจริงๆแล้ว ขั้นตอนนี้ถือได้ว่าขั้นตอนที่จำต้องให้ความเอาใจใส่เยอะพอสมควร เพราะเหตุว่าถือเป็นตัวชี้วัดได้เลยว่า iPad แสนรักของคุณจะยังคงอยู่ไปได้โดยสวัสดิภาพเป็นระยะเวลานาน หรือจะมีรอยถลอกปอกเปิกไปเสียก่อน ขอให้ผู้ใช้ iPad ทุกคนควรอย่าละเลย

Source: บทความเคส ipad:  https://www.dotlife.store/

12
สำหรับไทยแลนด์ยุค 4.0 ที่เป็นยุคที่ระบบไร้สายมีการพัฒนาขึ้นอย่างในทุกวันนี้ เครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดต่างก็พาเหรดกันแปลงเป็นของไร้สายกันแบบถ้วนหน้า ตั้งแต่สายชาร์จ ลำโพง หรือแม้กระทั้งหูฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหูฟังไร้สาย ที่เดี๋ยวนี้ได้ถูกผลิตขึ้นแล้วเอามาวางขายบนตลาดกันล้นหลามหลายยี่ห้อ ทำตลาดตีตื้นขึ้นมาแข่งกับหูฟังมีสาย แล้วก็ดึงเอาผู้ใช้บางคนให้เปลี่ยนแปลงจากหูฟังเดิมๆไปใช้หูฟังรุ่นนี้กันมากมาย

แต่เชื่อว่า สำหรับผู้ใช้บางคนที่คุ้นชินกับหูฟังแบบมีสายมาก่อน บางทีก็อาจจะสงสัยอยู่ว่า ถ้าพวกเราทดลองเปลี่ยนแปลงมาใช้หูฟังแบบไร้สายดู จะใช้งานได้ดิบได้ดีเหมือนกับของเดิมที่เคยใช้อยู่ไหม บางคนไปค้นข้อมูลตามกระดานข่าวสารต่างๆก็ได้พบกับกระทู้มากมายที่บอกว่า หูฟังไร้สายเสียงไม่ดีเท่ากับแบบมีสาย เนื่องมาจากจะต้องแปลงสัญญาณให้เป็น Bluetooth ก่อนที่จะส่งไปที่ตัวหูฟังที่คุณสวมอยู่ ซึ่งสัญญาณ Bluetooth บางคราวก็มีคุณภาพดี แต่บางครั้งคุณภาพก็ไม่ค่อยดีเท่าไร เวลาฟังเพลง ก็เลยจะต้องเจอกับปัญหาเสียงขาดๆหายๆอยู่เป็นประจำกระทั่งเสียอารมณ์การฟังเพลงไปหมด แม้คุณเป็นคนอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายอยู่ แล้วมาเจอกับหัวข้อเหล่านี้ อาจใจฝ่อ แล้วหลังจากนั้นก็เลิกความนึกคิดที่จะซื้อหูฟังไร้สายมาใช้ไปในทันที ขอบอกว่าอย่าพึ่งจะรีบใจแป้ว เพราะเหตุว่าวันนี้พวกเราจะมาดูกันว่า หูฟังไร้สาย ให้คุณภาพเสียงที่ไม่ค่อยดีเมื่อเทียบกับหูฟังแบบมีสาย จริงหรือไม่

ดังที่ได้บอกไปแล้วในข้างต้นว่า หูฟังไร้สาย จะใช้วิธีแปลงสัญญาณเสียงให้เป็น Bluetooth ก่อนที่จะส่งมาที่ตัวหูฟัง แล้วค่อยแปลงกลับมาเป็นสัญญาณเสียงใหม่ ในสมัยเก่าที่ระบบ Bluetooth ยังไม่ทันสมัยสักมากแค่ไหน ก็จำต้องเห็นด้วยว่าสัญญาณเสียงมีปัญหาจริงๆบางคราวมีซ่าบ้าง มีหายไปบ้าง แต่ว่าในปัจจุบันที่ระบบ Bluetooth ได้พัฒนาไปมากแล้ว ก็ทำให้การรับส่งสัญญาณเสียงในหูฟังไร้สายทำได้ดีเลิศเพิ่มขึ้น ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงหายอีกต่อไปแล้ว หากคุณกำลังเล็งหูฟังไร้สายสักรุ่นหนึ่งอยู่ ขอให้หมดกังวลประเด็นการรับส่งสัญญาณเสียงผ่าน Bluetooth ได้เลย รับรองว่าถ้าคุณลองต่อหูฟังไร้สายเข้ากับเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์มือ Smartphone, iPod หรือ Tablet คุณจะสามารถฟังเพลงได้อย่างสบาย ฟินไปกับเสียงร้องที่ไพเราะ ดนตรีที่อัดแน่นจนกระทั่งเสียงเบสได้แน่ๆ

นอกเหนือจากสัญญาณ Bluetooth ของหูฟังที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ในหูฟังไร้สาย ยังได้รับการพัฒนาลำโพงจนกระทั่งสามารถแสดงคุณภาพเสียงได้จนกระทั่งระบบ HD แสดงเสียงเบส เสียงเมโลดี้ และก็เนื้อหาเสียงร้องต่างๆได้อย่างครบถ้วนและนุ่มนวล เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการใช้ฟังเพลงโปรดของคุณ ในขณะเดียวกันก็สามารถใช้ประโยชน์สำหรับในการฟังเสียงอื่นๆได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ผ่านการอัดมา หรือเสียงพูดผ่านโทรศัพท์ ก็มีความแจ่มชัด สัมผัสเนื้อหาเสียงได้ครบ แม้จะมีเสียงรบกวนที่มาจากสภาพแวดล้อมข้างนอกก็ตาม

จากรายละเอียดที่กล่าวมาทั้งหมดทั้งปวง ก็เลยสามารถสรุปได้ว่า หูฟังไร้สายเป็นหูฟังที่คุณภาพเสียงบรรเจิดไม่มีความต่างจากหูฟังมีสายที่วางขายกันทั่วๆไปเลย แถมยังเป็นหูฟังที่ให้ความสบายสำหรับการใช้งานได้ยิ่งกว่า เพราะไม่มีสายมาเกะกะให้รำคาญใจ สามารถใช้ได้ในทุกสถานที่ ทุกช่องทาง จะเป็นตอนที่กำลังขับรถอยู่ ตอนกำลังไต่เขา เดินป่า หรืเยี่ยมชมสถานที่เที่ยวต่างๆที่ไม่อาจจะยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาพูดได้เวลานี้ก็ไม่ใช่ปัญหา แค่คุณทำการเชื่อมต่อหูฟังไร้สาย แล้วกดรับโทรศัพท์ ก็สามารถพูดโทรศัพท์ได้เลย เรียกว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้ชีวิตง่ายมากยิ่งขึ้นได้มากจริงๆ

อย่างไรก็ดี สำหรับการเลือกซื้อหูฟังไร้สายมาใช้สักตัวหนึ่งนั้น คุณต้องมีแนวทางเลือกสักนิดสักหน่อย เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้อย่างแท้จริง โดยการทำได้ดังนี้
1. อย่าเลือกหูฟังที่ราคาแพงถูกเกินความจำเป็นมาใช้งาน เนื่องด้วยหูฟังชนิดนี้มักถูกสร้างขึ้นจากอุปกรณ์ที่มิได้คุณภาพสักเยอะแค่ไหน ถูกลดเกรดไปเรื่อยเมื่อนำมาใช้งานจริงจะใช้ได้ไม่ดี มีปัญหาแสดงเสียงไม่ละเอียดบ้าง เสียงแหลมเหลือเกินบ้าง หรือบางคราวสัญญาณ Bluetooth ก็ขาดๆหายๆแล้วก็เมื่อใช้งานไปได้สักระยะ หูฟังไร้สายดังที่กล่าวผ่านมาแล้วก็จะกลับไปอยู่บ้านเก่าไปในเวลาอันเร็ว ขณะที่หูฟังไร้สายแบบแพงขึ้นมาสักนิดสักหน่อย จะเป็นหูฟังที่ใช้งานได้ดิบได้ดี ประกอบขึ้นจากสิ่งของที่มีคุณภาพ แล้วก็แก่การใช้แรงงานที่นานมากกว่า หากคุณตกลงที่จะซื้อหูฟังราคาแพงๆก็ขอชี้แนะให้ซื้อรุ่นที่มีราคาสูงขึ้นมาสักนิดมาใช้งานจะดีมากกว่า
2. ทดลองเช็คหูฟังที่กำลังเลือกดูก่อนว่ามีคุณภาพการประกอบเป็นยังไง และก็ควรทดสอบหูฟังด้วยการต่อกับโทรศัพท์ของคุณ แล้วทดลองฟังเพลงจากในเครื่องของคุณดูด้วย ถ้าหากว่าหูฟังนั้นให้คุณภาพเสียงที่ออกจะดีพอควร ก็สามารถนับว่าเป็นหูฟังที่มีคุณภาพดี สามารถซื้อไปใช้งานได้เลย แม้กระนั้นถ้าเกิดทดลองดูแล้วะพบว่าไม่ค่อยดีสักมากแค่ไหน ก็ให้แปลงรุ่นไปเลย เพื่อได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความปรารถนาอย่างแท้จริง ไมมีปัญหาใดตามมาตอนหลังจนกระทั่งชวนให้เสียอารมณ์เปล่าๆ

ขอขอบคุณบทความ บทความหูฟังไร้สาย: www.dotlife.store

13
การออกจากบ้านที่แสนอบอุ่น ไปอยู่ด้วยตัวผู้เดียวข้างในหอพัก แน่ๆที่สุดว่าเราจำเป็นต้องขนเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์หลายสิ่งหลายอย่างไปด้วย ทั้งพัดลม โทรทัศน์ และก็ตู้เย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตู้เย็น นับว่าเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องที่สุดสำหรับหอพัก เนื่องจากว่าถ้าหากเราไม่มีตู้แช่เย็นไปไว้ใช้เลย ก็จะไม่อาจจะรักษาของกินอะไรไว้ได้เลย ยิ่งในหอพักที่พวกเราจะไม่อาจจะอุ่นของกิน ทำอาหารได้สะดวกราวกับตอนอยู่บ้าน หากว่าไม่มีตู้เย็นไปไว้ช่วยถนอมอาหาร ท้ายที่สุดเราก็จะต้องรอซื้ออาหารมารับประทานใหม่กันทุกมื้อ ซึ่งเกิดเรื่องที่สิ้นเปลืองมากมาย

เพราะในหอพักมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ตู้เย็นที่เราจะขนไปใช้ได้ก็เลยมีตัวเลือกไม่มากนัก สำคัญๆก็จะมีเพียงแค่ตู้เย็น 1 ประตู กับตู้เย็น 2 ประตูเท่านั้น เนื่องจากว่าน่าจะไม่มีใครขนตู้เย็นแบบ side by side หรือตู้แช่ไวน์ไปไว้ใช้ในหอพักแน่นอน สำหรับคุณที่กำลังมองหาตู้แช่เย็นสักใบไปไว้ใช้ในหอพักอยู่ บางครั้งอาจจะกำลังคิดอยู่ว่าจะใช้ตู้เย็น 1 ประตู หรือ 2 ประตูดี ในบทความนี้พวกเราจะมาหาคำตอบกัน

ประการแรก การเข้าพักในหอ ต้นเหตุหนึ่งที่คุณจะต้องพินิจรวมทั้งจำไว้จนขึ้นใจเสมอ ก็คือเหตุเรื่องค่าไฟฟ้า อย่าคิดไปนะว่าค่าไฟฟ้าในหอจะมีมูลค่าพอๆกับค่าไฟฟ้าอย่างที่พวกเราใช้กันในบ้านตามธรรมดา เปรียบเทียบง่ายๆถ้าหากค่าไฟที่คุณใช้ในบ้านอยู่วันแล้ววันเล่าอยู่ที่หน่วยละ 3 บาท ค่าไฟในหอ จะมีมูลค่าสูงขึ้นไปอยู่ที่หน่วยละ 7 บาท ดังนี้เป็นต้น หากว่าคุณนำเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่รับประทานไฟเป็นจำนวนมากไปใช้ในหอพัก ค่าไฟได้ใหญ่โตแน่ๆเมื่อกลับมาตรึกตรองที่ตู้แช่เย็น โดยธรรมดา ตู้เย็น1ประตู มักมีอัตราการกินไฟต่ำกว่าตู้แช่เย็นแบบ 2 ประตูอย่างชัดเจน เนื่องมาจากมีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงใช้พลังงานน้อย ดังนั้นหากพินิจเพียงแค่ต้นเหตุเรื่องค่าไฟ จะมองเห็นได้ว่าตู้เย็น 1 ประตู บินกับการขนย้ายไปใช้ในหอมากยิ่งกว่าตู้แช่เย็นแบบ 2 ประตู ที่รับประทานไฟมากยิ่งกว่าจริงๆ

เมื่ออ่านมาถึงนี้ คุณอาจจะสงสัยว่า มีเพียงแค่เรื่องค่าไฟฟ้าแค่นั้นหรือที่ทำให้ตู้เย็น 1 ประตู เหมาะสมกับหอ ถ้าว่าตัวคุณเองมีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าไฟฟ้า มาใช้ตู้เย็น 2 ประตู ก็คงจะไม่มีปัญหาใช่ไหม ถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังคิดแบบงี้อยู่ ขอบอกว่าอย่าเพิ่งรีบตัดสินใจ เพราะเหตุว่ายังมีอีกหลายเหตุผล ที่ชี้ว่าตู้แช่เย็นแบบ 1 ประตู เหมาะกับหอพักมากกว่าจริงๆส่วนจะมีอะไรบ้าง พวกเราจะเอามาให้ท่านได้มองกัน ดังนี้
1. ตู้เย็นหนึ่งประตู มีขนาดของตู้เล็กมากยิ่งกว่าตู้เย็นแบบ 2 ประตูออกจะมากมาย แถมยังมีความสูงน้อยกว่าด้วย คุณสามารถเขยื้อนย้านไปใช้ได้ในทุกหอ ไม่ว่าหอของคุณจะมีห้องขนาดแคบเล็ก หรือมีประตูที่เตี้ยสักเท่าใดก็ตาม ก็หมดห่วงไปได้เลยว่าจะนำตู้เย็นไปตั้งได้หรือเปล่า และด้วยความที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก ทำให้ไม่กินพื้นที่ใช้สอยในหอพักของคุณมากสักเท่าไรนัก คุณจะยังเหลือพื้นที่ในห้องของคุณไว้ใช้ตั้งวางของ หรือจัดเป็นมุมสวยๆสำหรับนั่งดำเนินการได้อีกมาก
2. ตู้เย็น 1 ประตู เป็นตู้ที่ไม่มีฟังก์ชั่นล้ำยุคอะไรเยอะแยะ มีแค่เพียงชั้นวางสำหรับแช่ของ ช่องฟรีซ ช่องใส่ขวดน้ำเพียงแค่นั้น คุณจึงไม่มีความจำเป็นต้องรอทะนุบำรุงตู้มากเลย หน้าที่ของคุณมีแค่นำอาหาร หรือเครื่องดื่มที่บางครั้งอาจจะบูด เสีย ใส่ตู้แช่เย็นไว้ให้ไม่มีอันตราย กับคอยละลายน้ำแข็ง แล้วก็หมั่นชำระล้างตู้ไม่ให้มีคราบสกปรก และก็ขยะเข้าไปสะสมแค่นั้นก็พอแล้ว ไม่ต้องคอยไล่น้ำ กำจัดตะกอน เสมือนตู้แช่เย็นที่ฟังก์ชั่นจัดเต็ม นอกเหนือจากนี้ การที่มีฟังก์ชั่นน้อย ทำให้ใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับเพื่อการหล่อเลี้ยงน้อยกว่า รวมทั้งนำมาซึ่งเรื่องต้นเหตุค่าไฟฟ้าตามที่กล่าวไว้ข้างต้นเพราะว่า ตู้เย็น 1 ประตู รับประทานไฟน้อยกว่าตู้เย็น 2 ประตูจริงๆ
3. ตู้เย็น 1 ประตู มีน้ำหนักค่อยกว่าตู้แช่เย็นแบบ 2 ประตูมากมาย ใช้คนแค่เพียง 2 คน ก็สามารถโยกย้ายได้ และไม่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดความทุกข์ยากยามที่จำเป็นต้องขนขึ้นหอที่อยู่ชั้นสูงๆหรือหอที่ไม่มีลิฟท์ จำต้องขึ้นบันไดสถานที่เดียว

เห็นไหมว่า ตู้เย็น 1 ประตู เหมาะกับหอพักมากจริงๆคนใดที่กำลังรู้สึกว่าจะย้ายไปอยู่หอในเร็วๆนี้ พวกเราขอชี้แนะให้ใช้ตู้เย็น 1 ประตูเลย ดีมากกว่าแน่ๆ
ส่วนการดูแลและรักษาตู้เย็น 1 ประตู ให้มีความสะอาด พร้อมใช้งาน และก็มีความคงทนอยู่เป็นประจำ ใช้งานในหอพักได้ยาวนาน สามารถทำเป็นดังนี้
1. เมื่อตู้เย็นเริ่มว่างลง ไม่ค่อยมีอาหารมาใส่แล้ว ควรที่จะใช้โอกาสนั้นทำขัดถูชำระล้างตู้เย็นซะ เก็บกวาดเศษอาหาร ของกินเก่า และก็ขยะต่างๆที่หมักอยู่ในตู้แช่เย็นออกไปทิ้งให้หมด ต่อจากนั้นเช็ดถูทำความสะอาดบริเวณที่มีคราบด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำ อย่าปลดปล่อยจนถึงตู้เย็นมีกลิ่น หรือมีเชื้อราดำขึ้น เพราะว่าจะส่งผลต่อของกินที่จะนำไปแช่คราวถัดมา
2. ถ้าพบว่าน้ำแข็งในช่องฟรีซเริ่มเกาะครึ้มขึ้น ควรจะกดปุ่มละลายน้ำแข็ง หรืออีกแนวทางหนึ่งเป็นกระทำการ OFF ตู้แช่เย็น ดึงปลั๊กไฟฟ้าออก แล้วเปิดประตูตู้แช่เย็นแง้มไว้ เพื่อให้น้ำแข็งละลายจนถึงหมด ระหว่างนี้คุณจำต้องหมั่นดึงถาดรับน้ำของตู้เย็นออก นำน้ำไปเททิ้ง แล้วใส่ถาดกลับเข้าไปใหม่อยู่เป็นประจำ จนถึงเมื่อน้ำแข็งละลายหมดแล้ว ค่อยชำระล้างให้เป็นระเบียบถัดไป ชี้แนะให้ทำตอนที่ไม่มีอาหารแช่อยู่ในตู้แช่เย็น หรือเหลือแต่อาหารที่เก็บได้นานแล้ว

ขอบคุณสำหรับที่มา บทความตู้เย็น 1 ประตู: Index Living Mall

14
ในช่วงปัจจุบันที่ผู้คนต้องการความสบายสบายสำหรับในการดำเนินชีวิต อุปกรณ์ไฟฟ้า ถือเป็นเครื่องใช้ที่เข้ามามีหน้าที่ในชีวิตประจำวันของคนเรามากมายอย่างมาก
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการวางจำหน่ายอยู่ตามห้างร้าน และก็แหล่งขายผลิตภัณฑ์ต่างๆนั้น ปัจจุบันนี้มีอยู่นานาประการแบรนด์ ตั้งแต่แบรนด์ดังๆเป็นที่รู้จักของผู้ใช้โดยทั่วไป ไปจนถึงยี่ห้อแปลกๆที่ไม่ค่อยชินหูเท่าไรนัก ซึ่งราคาของอุปกรณ์ไฟฟ้าก็จะผันแปรตามแบรนด์ของมันด้วย โดยปกติ เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดังๆมักมีราคาค่อนข้างจะสูง ในตอนที่อุปกรณ์ไฟฟ้ายี่ห้อแปลกๆราคามักจะถูก บางทีก็อาจจะถูกกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์แบรนด์ดังถึงครึ่งเดียวอย่างยิ่งจริงๆ ดังนี้ คนอีกหลายๆคนก็เลยหันไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาไม่แพงมาไว้ใช้ในบ้าน แทนที่จะจำเป็นต้องเสียตังค์มากมายเพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ราคาแพง แต่ จะต้องขอบอกเลยว่าอุปกรณ์ไฟฟ้า เป็นข้าวของที่คุณภาพผันแปรตามราคา มีหลายท่านที่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาไม่แพงไปใช้งาน ก่อนจะพบว่าเป็ฯสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ ใช้งานไปได้ไม่นานมากแค่ไหนก็พัง เปิดไม่ติดแล้ว ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้น บางบุคคลต้องเจอกับอันตรายจากอุปกรณ์ไฟฟ้าคุณภาพต่ำนั้นอีก ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากแบรนด์ดังที่แพงแพง หลายท่านซื้อไปและพบว่าใช้งานเจริญ ไม่มีปัญหาตามมา ดังนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีราคาแพง ก็ไม่ใช่ว่าจะมีคุณภาพดีไปเสียทั้งสิ้น ในขณะเดียวกัน อุปกรณ์ไฟฟ้าราคาไม่แพงก็ไม่ใช่ว่าจะด้อยประสิทธิภาพไปเสียทั้งหมดทั้งปวงเหมือนกัน ดังนั้นในเนื้อหานี้ พวกเราจะมาดูกันว่า แม้อยากเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งาน ต้องมองที่อะไรบ้าง
1. ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่เห็นได้จากด้านนอก ส่วนนี้เราสามารถตรวจเช็คได้โดยทันที กรรมวิธีการเป็นทดลองดูสภาพข้างนอกของเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นดูก่อนว่าใช้อุปกรณ์อะไรมาประกอบ ถ้าเกิดอุปกรณ์ที่ใช้ด้านนอกเป็นสแตนเลส โลหะ หรือพลาสติกคุณภาพดี เราก็สามารถเก็บอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นนั้นไว้เป็นตัวเลือกได้ แต่หากอุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นใดที่ใช้สิ่งของประกอบด้านนอกไม่ค่อยดีเยอะแค่ไหน ตัวอย่างเช่น พลาสติกคุณภาพไม่ดี โลหะบางๆเราก็อาจจะอนุมานได้ว่าชิ้นส่วนด้านในบางทีอาจจะไม่ดี สามารถตัดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นออกมาจากตัวเลือกได้ สำหรับข้อนี้ คนไม่ใช่น้อยอาจจะเห็นว่ามองเพียงแค่อุปกรณ์จากด้านนอกได้จริงหรือ เป็นไปไม่ได้เลยหรือที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่สิ่งของข้างนอกมีคุณภาพต่ำ แต่ว่าองค์ประกอบข้างในอาจจะมีประสิทธิภาพก็ได้ ขอตอบเลยว่า จากข้อมูลของผู้ใช้ตามกระดานข่าวสารต่างๆพบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้วัสดุคุณภาพไม่ดีประกอบข้างนอก ชอบเสียเมื่อใช้ไปได้ไม่นาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวขอให้คิดไว้ก่อนเลยว่า ขนาดวัสดุประกอบภายนอกยังไม่ดี แล้วองค์ประกอบข้างในจะดีได้เช่นไร ขอให้หลีกเลี่ยงเสีย
2. สายไฟที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆควรเป็นสายไฟที่มีขนาดเหมาะสมกับกระแสไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นอยากได้ ยิ่งถ้าหากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดทำความร้อน ตัวอย่างเช่น หม้อหุงข้าว กระติกใส่น้ำร้อน เตาย่าง ควรที่จะเลือกรุ่นที่มีสายไฟขนาดใหญ่พอเพียง เพราะถ้าหากว่าพวกเรานำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สายไฟไม่ใหญ่พอที่จะรับกระแสได้ เมื่อใช้งานไปได้สักระยะ จะกำเนิดความร้อนขึ้นที่สายไฟ แล้วก็หากใช้เป็นเวลานานๆจะส่งผลให้สายไฟละลาย หรือเกิดไฟลุกขึ้นได้ ดังนั้นสำหรับการเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้า ควรเลือกรุ่นที่ใช้สายไฟเหมาะสมกับสิ่งที่ต้องการกระแสไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนั้นๆ
3. ราคา ตามที่กล่าวไปในข้างต้นว่า ราคานับว่าเป็นต้นเหตุอย่างหนึ่งที่ชีวัดประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ได้อย่างดีเยี่ยม โดยถ้าหากเราอยากได้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ก็ไม่ควรซื้อสินค้าที่แพงถูกเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่จำต้องใช้ไฟมากมาย หรือจำต้องใช้งานตลอดทั้งวัน หรือหากว่าเราขาดเงินมากพอจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาสูงได้ ก็อาจเลือกรุ่นที่มีราคาถูกลงมา แต่จำต้องผิดเหลือเกิน
4. ความเห็นจากผู้ที่เคยใช้ ส่วนนี้ถือว่าสำคัญ เพราะว่าประสบการณ์ของผู้ที่เคยใช้จะเป็นตัวแสดงได้อย่างดีว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ยี่ห้อนั้นมีคุณภาพหรือไม่ โดยควรที่จะเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีเสียงตอบรับจากผู้ใช้ส่วนมากว่าใช้ดี คงทน ไม่มีปัญหา ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแบรนด์ที่ได้รับเสียงตอบรับว่าแย่ ใช้งานไม่ดี เสียง่าย ก็ควรจะเลี่ยงไม่ซื้อมาใช้งาน สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ค่อยมีคนไหนกันเอ๋ยถึงสักมากแค่ไหน ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ควรจะเลี่ยงไม่ซื้อมาใช้งานเหมือนกัน เพราะมีความน่าจะเป็นว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์แบรนด์นั้นอาจมีคุณภาพี่ไม่ดี จึงไม่ค่อยถูกซื้อไปใช้งานเท่าไรนัก
5. อย่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากแรงเชียร์ของพนักงานที่ทำหน้าที่ขาย คนไม่ใช่น้อยที่ได้หาข้อมูลไว้แล้ว และก็ตกลงปลงใจแล้วว่าจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากยี่ห้อหนึ่งที่ตนคิดไว้ มักจะพลาดตอนมาซื้อที่ห้างจริงๆเพราะเหตุว่าพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับขายจะเชียร์ยี่ห้อที่ตนขายอยู่ตลอดระยะเวลา บางคราวก็กล่าวว่าสินค้าจากแบรนด์ที่พวกเราเล็งไว้อยู่นั้นไม่ดี อย่าไปซื้อ ลงท้ายก็จบที่เราเผลอซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่บุคลากรเชียร์ขาย ก่อนจะต้องมาพบว่าสิ่งที่ตนซื้อมานั้นไม่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้น เมื่อไปซื้อสินค้าอุปกรณ์ไฟฟ้าตามห้าง ขอให้ใจแข็งเข้าไว้ อย่าเผลอหลงคารมพนักงานโดยเด็ดขาด

การจะเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ได้ของที่มีคุณภาพมานั้น หลักๆก็จะต้องดูที่ 5 ข้อดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นมานี้ รับประกันว่าท่านจะสามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาได้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ว่าสำหรับแม่บ้านบางคน อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความกังวลอยู่ว่าตนมองอะไรไม่เป็นสักอย่าง แม้แต่อุปกรณ์ข้างนอกก็ยังไม่อาจจะแยกได้ ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ขอให้ท่านเลือกซื้อเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ยี่ห้อดีๆราคาพอเหมาะพอควรเป็นหลัก แล้วท่านจะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความคงทน ตรงตามความอยากได้เลย

แหล่งที่มา บทความเครื่องใช้ไฟฟ้า: www.indexlivingmall.com

15
พัดลม เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่อยูคู่กับสังคมไทยมาเป็นเวลานาน แฃะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกบ้านควรมีเพราะว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่มีอากาศร้อน ถ้าเกิดไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์อะไรสักอย่างที่พอเพียงจะคลายร้อนได้บ้าง อาจไม่มีวันพักอาศัยในบ้านได้อย่างเป็นสุขแน่

ปัจจุบัน พัดลมแปลงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการพัฒนาให้ออกมาหลายแบบอย่าง รองรับทุกรูปแบบการนำไปใช้งาน อีกทั้งพัดลมตั้งโต๊ะ พัดลมตั้งพื้นพัดลมติดผนัง พัดลมติดเพดาน พัดลมโคจร รวมทั้งอื่นๆอีกมากมาย ในบรรดาแบบอย่างพัดลมกลุ่มนี้ พัดลมตั้งโต๊ะ ดูเหมือนจะเป็นแบบที่ได้รับความนิยมเพื่อการใช้แรงงานสูงที่สุด เนื่องด้วยมีขนาดกระชับ น้ำหนักเบา เปลี่ยนที่ง่าย ประยุกต์ใช้งานได้นานัปการ จะพัดในที่ต่ำก็ได้ หรือจะเอาไปใช้พัดในที่สูงก็แค่หาโต๊ะหรือเก้าอี้มาต่อเพียงแค่นั้นไม่ราวกับพัดลมตั้งพื้นหรือพัดลมโคจร ที่ใช้งานได้ไม่นานัปการนัก แถมยังเปลี่ยนที่ทุกข์ยากลำบากมากอีกด้วยหลายบริษัทมองเห็นถึงความปรารถนาของมนุษย์ที่มีต่อพัดลมตั้งโต๊ะ ก็เลยได้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าจำพวกนี้ออกมาวางจำหน่ายบนท้องตลาดกันแบบพลุกพล่าน อย่างที่เราจะมีความเห็นว่าในห้าง และก็ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า มีทั้งพัดลม ตั้งโต๊ะแบรนด์เนม และก็พัดลมโนเนมมาให้ได้เลือกกัน แต่ว่าถามว่าถ้าหากพวกเราจะต้องไปซื้อพัดลมประเภทนี้มาใช้ในบ้านตัวเอง จะเลือกพัดลมแบรนด์เนมหรือโนเนมดีละ วันนี้พวกเราจะมาหาคำตอบกัน

ข้อแรก ขอชักชวนทุกคนไปทำความเข้าใจกับนิยามของพัดลมแบรนด์เนม กับพัดลมโนเนมก่อน พัดมแบรนด์เนม เป็น พัดลมตั้งโต๊ะ ที่มียี่ห้ออันเป็นที่รู้จักทั่วๆไป บอกชื่อขึ้นมาเมื่อไร ไม่มีใครที่ไม่เคยรู้ อย่างเช่น พัดลม Mitsubishi Toshiba Hitachi Panasonic Hatari อะไรทำนองนี้ ส่วนพัดลมโนเนม เป็นพัดลมที่ผลิตออกมาแบบไม่มีแบรนด์ติด หรือถึงจะมียี่ห้อ เวลาพูดชื่อขึ้นมา หลายคนจะกำเนิดรีแอคว่า มีพัดลมแบรนด์นี้อยู่บนโลกด้วยหรือ นี่ยังรวมไปถึงพัดลมที่ผลิตมานาน แม้กระนั้นคนไม่ค่อยรู้จัก ก็นับว่าเป็นพัดลมแบบโนเนมด้วย

ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างพัดลม ตั้งโต๊ะแบรนด์เนม กับพัดลมตั้งโต๊ะโนเนม ก็คือ ราคา เป็นที่รู้กันว่าพัดลมตั้งโต๊ะแบบแบรนด์เนมราคาจะสูงมาก บางยี่ห้อราคาพุ่งไปถึงหลักพันในขณะที่เป็นเพียงแค่พัดลมตัวเล็กๆส่วนถ้าหากเป็นพัดลมโนเนม ราคาจะต่ำสูงถึงมากที่สุด บางตัวใช้แบงค์ร้อยเพียงแค่ใบเดียวก็ซื้อหามาเป็นเจ้าของได้แล้ว คำถามเป็นทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แล้วถ้าพวกเราอยากได้พัดลมมาใช้สักตัวจริงๆไปซื้อพัดลมโนเนมมาใช้ไม่ดีกว่าหรือ พัดได้เช่นเดียวกัน แถมไม่เปลืองด้วย ข้อนี้จะขอตอบเลยว่า ที่พัดลมแบรนด์เนมกับพัดลมโนเนมต่างกันเพราะว่ามีปัจจัย 2 อย่าง ดังต่อไปนี้
1. วัสดุที่ใช้ โดยทั่วไปพัดลมแบรนด์เนมชอบใช้สิ่งของที่มีคุณภาพกว่า สร้างขึ้นมาจากบริษัทแม่ที่มีการควบคุมคุณภาพอยู่เป็นประจำ มีการทดลองคุณภาพชิ้นส่วนแต่ละชิ้น เนื่องจากว่าเป็นส่วนประกอบผลิตเอง ทำให้มีต้นทุนสูง แต่ในขณะเดียวกันส่วนประกอบก็จะมีความคงทน ใช้งานได้ดียิ่งไปกว่าด้วย มีรอบการหมุนดี ให้ลมแรง ขณะที่พัดลมโนเนม มักจะใช้สิ่งของที่ว่าจ้างผลิตมาจากโรงงานที่มีกำลังการผลิตสูง เมื่อกำลังในการผลิตสูง ก็พอๆกับว่าจำต้องรีบผลิต ไม่ว่างมาตรวจสอบประสิทธิภาพ ผลิตเสร็จก็ส่งออกในราคาไม่แพง แล้วบริษัทผู้ผลิตก็จะเอามาประกอบเองต่อ พร้อมตีตราแบรนด์ตัวเอง บางแบรนด์ยิ่งหนัก เป็นให้บริษัทที่มีกำลังการผลิตประกอบให้ตนเองด้วยเลย รวมทั้งรับมาเพียงแค่ตีตราแค่นั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงทำให้พัดลมโนเนมมีต้นทุนการสร้างถูกมากมาย ราคาขายก็เลยต่ำตามไปด้วย แต่ว่าถึงจะราคาถูก มันก็แลกมาด้วยสภาพส่วนประกอบที่ไม่มีคุณภาพซักเท่าไหร่ ใช้ได้ไม่คงทน หมุนแล้วไม่ค่อยมีลมออกมา และถ้าหากใช้ผ่านไปแค่ 4-5 เดือนก็เริ่มมีปัญหาแล้ว อย่างหมุนช้าลง หรือบางครั้งก็ไม่หมุนเลย
2. คุณภาพการประกอบ พัดลมแบรนด์เนมส่วนใหญ่จะมีคุณภาพการประกอบที่ดี มีโครงแข็งแรง ยึดส่วนประกอบต่างๆดี เพราะว่าผลิตเอง และก็มีการควบคุมประสิทธิภาพการประกอบอยู่เป็นประจำ นำมาซึ่งการทำให้ใช้งานได้นาน ไม่ค่อยมีปัญหาตามมา ในเวลาที่พัดลมตั้งโต๊ะโนเนมราคาไม่แพงๆมักไม่ค่อยให้ความใสใจกับประสิทธิภาพการประกอบ บางเครื่องนี่เห็นได้ชัดเลยว่าส่วนประกอบบางชิ้นยึดไม่แน่น พอเพียงเอามาใช้ก็กำเนิดปัญหาอย่างสั่น เสียงดัง และจะลาโลกนี้ไปในเวลาไม่ถึงปี และประสิทธิภาพพลาสติกโครงที่เป็นของคุณภาพไม่ดี ติดไฟง่าย มอเตอร์ไหม้หนไฟก็ลุกในเวลาไม่ถึง 10 นาที แปลงเป็นชนวนของไฟไหม้กันไปอีก จากรายละเอียดที่ว่ามานี้ คุณนักอ่านคงเพียงพอจะเลือกกันได้แล้วว่าจะเอาพัดลมตั้งโต๊ะแบบแบรนด์เนม หรือจะเลือกของโนเนมราคาไม่แพงๆไปใช้ที่บ้าน อย่าซื้อแบบมองเพียงแค่ราคาสิ่งเดียว เนื่องจากว่าถึงแม้ว่าจะคุณได้พัดลมราคาไม่แพงมาใช้งาน แต่เมื่อใช้ไปแล้วพังทลายจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงใหม่ก็เท่ากับว่าจะต้องเสียเงิน 2 ต่อ สู้ซื้อพัดลมที่คุณภาพดี แม้ว่าจะราคาแพงหน่อย แม้กระนั้นไม่ต้องคอยเปลี่ยนแปลงใหม่ 4-5 ปีก็อยู่ได้สบาย แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าคุ้มของจริง

Source: บทความพัดลมตั้งโต๊ะ: www.indexlivingmall.com

หน้า: [1] 2 3 ... 11